University of British Columbia (UBC)

จาก Thailand Science and Technology Wikipedia

ข้ามไปที่: นำทาง, ค้นหา
ภาพที่ 6 แสดงรูปภาพตราสัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัย University of British Columbia (University of British Columbia Library, 2008)

ห้องสมุดมหาวิทยาลัย British Columbia สนับสนุนนักวิจัยในการตีพิมพ์ผลงานลงใน OAJ ซึ่งรวมถึงห้องสมุดได้จ่ายเงินในการเป็นสมาชิกของสถาบันต่างๆ เพื่อช่วยให้ผู้เขียนของมหาวิทยาลัย British Columbia ได้รับส่วนลดค่าบริการการตีพิมพ์บทความลงใน OAJ ได้แก่ (University of British Columbia Library, 2009)

1. BioMed Central ที่เป็นผู้จัดพิมพ์ STM (Science, Technology and Medicine) OAJ ที่ได้ผ่านการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญ 199 วารสาร บทความวิจัยดั้งเดิมที่ตีพิมพ์เผยแพร่โดย BioMed Central จะสามารถเข้าถึงออนไลน์ได้อย่างอิสระและถาวรทันทีที่ตีพิมพ์ ห้องสมุดมหาวิทยาลัย British Columbia ได้สมัครเป็นสมาชิกกับ BioMed Central เพื่อสนับสนุนการตีพิมพ์ OA ของนักวิจัยในมหาวิทยาลัย ซึ่งช่วยให้นักวิจัยเหล่านี้ได้รับส่วนลดในการตีพิมพ์บทความ 15%

2. Hindawi เป็นสำนักพิมพ์ที่ตีพิมพ์เผยแพร่ OAJ ซึ่งได้ผ่านการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญมากกว่า 150 รายชื่อ วารสารครอบคลุมสาขาทางด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและการแพทย์ โดยห้องสมุดมหาวิทยาลัย British Columbia ได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกสถาบันกับ Hindawi ซึ่งช่วยให้ผู้เขียนของมหาวิทยาลัย British Columbia ได้รับส่วนลดค่าใช้จ่าย 10% ในการส่งบทความตีพิมพ์กับ Hindawi

3. วารสารของ Public Library of Science (PLoS) ประกอบด้วย OAJ ทางด้านวิทยาศาสตร์จำนวน 7 รายชื่อที่ได้ผ่านการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญ ห้องสมุดมหาวิทยาลัย British Columbia จ่ายค่าธรรมเนียมเพื่อเป็นสมาชิกสถาบันของ PLoS ซึ่งผู้ใช้ของมหาวิทยาลัย British Columbia จะได้รับลด 10% สำหรับค่าใช้จ่ายในการส่งบทความตีพิมพ์ร่วมกับวารสารของ PLoS

4. วารสารการวิจัยกรดนิวคลีอิก (Nucleic Acids Research - NAR) ของโรงพิมพ์มหาวิทยาลัย Oxford เผยแพร่ผลการวิจัยชั้นนำในทางเคมี ฟิสิกส์ ชีววิทยาและชีวเคมีของกรดนิวคลีอิก และโปรตีนที่เกี่ยวข้องในการเผาผลาญกรดนิวคลีอิกและ/หรือปฏิกิริยาโต้ตอบ เริ่มตั้งแต่เดือนมกราคม ปี 2010 ห้องสมุดมหาวิทยาลัย British Columbia ได้สมัครเป็นสมาชิกในนามสถาบันร่วมกับ NAR ซึ่งช่วยให้ผู้เขียนห้องสมุดมหาวิทยาลัย British Columbia ที่มีความประสงค์จะตีพิมพ์ผลงานของตนลงในวารสาร NAR ได้รับส่วนลดค่าธรรมเนียมการตีพิมพ์ 50%

นอกจากนี้ห้องสมุดมหาวิทยาลัย British Columbia ยังให้การสนับสนุนทางการเงินแก่ DOAJ (the Directory of open access Journals) คลังจัดเก็บ OAJ สหสาขาวิชาจำนวน 4,338 ชื่อ และวารสารทางด้านแพทยศาสตร์ Open Medicine ของแคนาดาอีกด้วย

การพัฒนาคลังจัดเก็บข้อมูลดิจิทัล cIRcle cIRcle เป็นคลังจัดเก็บเอกสารงานวิจัยและสื่อการสอนในรูปแบบดิจิทัล จัดทำขึ้นโดยห้องสมุดมหาวิทยาลัย British Columbia ในปี 2007 เอกสารที่ถูกจัดเก็บใน cIRcle จะเปิดให้ทุกคนสามารถเข้าถึงได้อย่างอิสระบนเว็บไซต์ https://circle.ubc.ca/ และจะถูกเก็บรักษาไว้สำหรับคนรุ่นต่อไป คลังข้อมูลดิจิตอล เช่น cIRcle ได้ให้โอกาสสมาชิก University of Columbia ในการสร้างผลลัพธ์ทางปัญญาให้อยู่ในรูปแบบออนไลน์ได้อย่างอิสระ คลังจัดเก็บข้อมูลดิจิทัลจะมีการจัดระเบียบและรักษาเนื้อหาและทำให้สามารถเข้าถึงชุมชนท้องถิ่นและผู้ชมระดับชาติและนานาชาติ (University of British Columbia Library, 2011)

ภาพที่ 7 แสดงหน้าเว็บเพจของ cIRcle (The University of British Columbia Library, 2011)

เป้าหมายหลักของ cIRcle

1. เพื่อแสดงผลลัพธ์ทางปัญญาของสมาชิกมหาวิทยาลัย British Columbia โดยการทำให้ผลงานวิจัยสามารถเข้าถึงได้อย่างอิสระ
2. เพื่อสนับสนุนการเรียน การสอน การเรียนรู้และกิจกรรมการวิจัยในมหาวิทยาลัย British Columbia
3. เพื่อให้เป็นแหล่งจัดเก็บเอกสารการบริหารของมหาวิทยาลัยที่สำคัญ
cIRcle ใช้ซอฟแวร์รหัสเปิด DSpace พัฒนาโดยความร่วมมือจาก Hewlett Packard และ MIT (Massachusetts Institute of Technology) และดูแลโดยมูลนิธิ DSpace

Journal Hosting Programme ห้องสมุดดำเนินการจัดทำวารสารอิเล็กทรอนิกส์ให้แก่อาจารย์ของมหาวิทยาลัยโดยการปรับปรุง ส่งเสริมการเข้าถึง OAJ และพัฒนาโปรแกรมรหัสเปิด ในการจัดทำวารสารอิเล็กทรอนิกส์ (University of British Columbia, 2009)

Public Library of Science (PLoS)

ภาพที่ 8 แสดงหน้าเว็บไซต์ของ PLos (Public Library of Science, 2008)

PLoS เป็นองค์กรทางด้านวิทยาศาสตร์ที่ไม่แสวงหากำไร มุ่งมั่นที่จะทำให้ผลงานทางด้านวิทยาศาสตร์และการแพทย์เผยแพร่สู่สาธารณะ โดย PLoS มีเป้าหมายคือ
1. เปิดประตูสู่โลกแห่งความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์ โดยให้นักวิทยาศาสตร์ นักฟิสิกส์ ผู้ป่วยและนักเรียนนักศึกษา ไม่ว่าจะที่ใดในโลก สามารถเข้าถึงผลงานวิจัยทางด้านวิทยาศาสตร์ล่าสุดอย่างไม่มีขีดจำกัด
2. ส่งเสริมการวิจัย การปฏิบัติการทางการแพทย์ และการศึกษา โดยการทำให้การค้นหาสามารถค้นหาบทความฉบับเต็มที่มีอยู่ทุกรายการอย่างสะดวก เพื่อที่จะได้สามารถหาแนวคิด วิธีการ ผลการทดลอง และความเห็นที่เฉพาะเจาะจง

3. ช่วยให้นักวิทยาศาสตร์ บรรณารักษ์ สำนักพิมพ์ และธุรกิจต่าง ๆ พัฒนาหนทางที่สร้างสรรค์ในการสำรวจและใช้ข้อค้นพบและแนวคิดทางวิทยาศาสตร์ที่มีคุณค่า

PLoS ได้รับทุนในการเริ่มต้นดำเนินการมากกว่า 9 ล้านดอลล่าห์สหรัฐ จากหลายๆ หน่วยงาน และสถาบันที่ให้การสนับสนุน เช่น the Sandler Family Supporting Foundation, the Open Society Institute, the Irving A Hansen Memorial Foundation, the Doris Duke Charitable Foundation, the Ellison Medical Foundation, the Burroughs Wellcome Fund, the John D. and Catherine T. MacArthur Foundation รวมทั้งมหาวิทยาลัย องค์กร บุคคล และสถาบันอื่นๆ อีกมากมาย ปัจจุบัน PLoS ได้จัดทำ OAJ ทางด้านวิทยาศาสตร์จำนวน 7 รายชื่อ คือ PLoS Biology, PLoS Medicine, PLoS Computational Biology, PLoS ONE, PLoS Genetics, PLoS Pathogens และ PLoS Neglected Tropical Diseases (Public Library of Science, 2008)

PLoS Currents

ภาพที่ 9 แสดงหน้าโฮมเพจของ PLoS Current (Public Library of Science, 2009)

PLoS Currents เป็นคลังจัดเก็บถาวรที่จัดเก็บงานวิจัยใหม่ๆ รูปแบบฉบับเต็มของ PLoS จัดทำขึ้นเพื่อใช้เผยแพร่เอกสาร OA ของ PLoS และเพื่อเป็นช่องทางในการเข้าถึงผลงานวิจัยใหม่ๆ ได้อย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น โดยผลงานวิจัยที่ได้ผ่านการตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญแล้ว จะถูกจัดเก็บลงใน PLoS Current โดยไม่ต้องรอให้ผ่านกระบวนการส่งและตีพิมพ์บทความก่อน เป็นการช่วยลดระยะเวลาในการเข้าถึงงานวิจัยใหม่ๆ ให้แก่ผู้ใช้ อีกทั้งบทความที่ผ่านการตรวจสอบแล้ว จะถูกส่งไปจัดเก็บยังคลังของ PubMed Central อีกด้วย PLoS Currents ได้รับการสนับสนุนในการจัดทำจากมูลนิธิ CHDI ซึ่งเอกสารที่จัดเก็บครอบคลุมหัวข้อเฉพาะ 4 หัวข้อ ดังต่อไปนี้ PLoS Currents: Huntington Disease, PLoS Currents: Evidence on Genomic Tests, PLoS Currents: Influenza, PLoS Currents: Tree of Life (Public Library of Science, 2009)

สำหรับเรื่องสิทธิการใช้บทความในวารสารต่างๆ ของ PLoS ได้ใช้สัญญาอนุญาตครีเอทีฟ คอมมอนส์ในการเผยแพร่บทความ โดยผู้เขียนจะมีสิทธิ์ในผลงานของตน และอนุญาตให้ผู้อื่นสามารถดาวน์โหลด เผยแพร่ ทำซ้ำ ทำสำนาบทความได้ โดยจะต้องให้การอ้างถึงผู้เขียนต้นฉบับและแหล่งที่มาด้วย และในส่วนของเรื่องรายได้ PLoS มีรายได้จากการรับสมัครสมาชิกทั้งแบบรายบุคคลและแบบสถาบัน ทั้งนี้การสมัครสมาชิกรายบุคคลนั้น ไม่ใช่เพื่อเป็นการลงบทความในวารสาร แต่เป็นเพียงการสนับสนุนกิจกรรมของ PLoS เท่านั้น ซึ่งสมาชิกทุกคนจะมีชื่อปรากฏอยู่บนหน้าเว็บไซต์สมาชิกรายบุคคล และจะได้รับการตอบแทนตามระดับการสมัครเป็นสมาชิก ซึ่งถือเป็นกลไกที่ PLoS ใช้ในการประชาสัมพันธ์ และสนับสนุนให้สถาบัน มหาวิทยาลัย นักวิจัย ร่วมตีพิมพ์เผยแพร่ผลงานร่วมกับ OAJ ของ PLoS มากขึ้น โดยสมาชิกรายบุคคล แบ่งออกเป็นหลายระดับ ดังแสดงในตารางที่ 1

การสมัครเป็นสมาชิกของสถาบันนั้น เป็นการเสียค่าใช้จ่ายรายปีตามระดับที่สถาบันเลือก โดยเป็นการช่วยลดค่าใช้จ่ายให้แก่นักวิจัยในการลงเผยแพร่บทความในวารสารของ PLoS ไม่ได้เป็นการเสียค่าใช้ให้แก่นักวิจัยทั้งหมด นอกจากนี้ PLoS ยังสนับสนุนการเป็นสมาชิกในลักษณะเป็นกลุ่มสมาพันธ์ (Consortial memberships) โดยจะเจรจาตกลงกันเป็นรายกรณีไป และ PLoS ยังสนับสนุนการสมัครเป็นสมาชิกของแหล่งเงินทุนวิจัยและองค์กรอื่นๆ ที่สนับสนุน OA อีกด้วย

บริการของ PLoS

ตารางที่ 1 แสดงค่าธรรมเนียมของสมนาคุณสมาชิก PLoS ๖ญีิสรแ ศริพฟพั นด ฆแรำืแำม 2008)

PLoS ได้มีการจัดทำบริการที่เกี่ยวกับ OA เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ใช้ ดังนี้
1. Content Alert – ผู้ใช้ที่ลงทะเบียนเป็นสมาชิกเว็บไซต์ของ PLoS จะได้รับบริการอีเมลแจ้งเตือนหน้าสารบัญวารสารใหม่ของ PLoS
2. RSS Feed - ผู้ใช้สามารถสมัครใช้บริการ RSS Feed เพื่อรับข่าวสารพาดหัว หรือข่าวสารล่าสุดเกี่ยวกับวารสารของ PLoS ได้
3. PLoS News – ได้มีการรายงานข่าวสารเกี่ยวกับวารสารของ PLoS งานวิจัยใหม่ๆ เพื่อให้ผู้ใช้ได้รับทราบข้อมูลข่าวสารที่ทันสมัยของ PLoS อยู่เสมอ

การจัดทำการเข้าถึงแบบเปิดของสถาบันในประเทศไทย

จากการศึกษาผลสำรวจของ OpenDOAR (The Directory of Open Access Repositories) พบว่าหน่วยงานและสถาบันการศึกษาหลายแห่งในประเทศไทย ได้มีการจัดทำคลังจัดเก็บเอกสารทั้งหมด 7 สถาบัน (University of Nottingham, 2011) และมี 1 สถาบันที่จัดทำในรูปแบบ OAJ คือ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สถาบันในประเทศไทยที่ได้จัดทำคลังจัดเก็บเอกสารของสถาบัน ได้แก่

1. คลังปัญญามหาวิทยาลัยขอนเเก่น (KHONKAEN University Intellectual Repository - KKUIR) - พัฒนาขึ้นโดยสำนักวิทยบริการ มหาวิทยาลัยขอนเเก่น เพื่อเป็นเเหล่งจัดเก็บ เเละบริการข้อมูลองค์ความรู้ที่ถูกผลิตขึ้นโดยบุคลากรของมหาวิทยาลัยขอนเเก่นในรูปแบบดิจิทัล ใช้สำหรับค้นคว้า วิจัย เเลกเปลี่ยนเรียนรู้ เเละเป็นแหล่งเผยเเพร่ผลงานของประชาคมชาวมหาวิทยาลัยขอนเเก่นให้เป็นที่รู้จัก เพื่อนำไปสู่การเป็นมหาวิทยาลัยเเห่งการวิจัยในอนาคต (มหาวิทยาลัยขอนเเก่น, 2553) แต่จากการตรวจสอบแล้ว พบว่าคลังปัญญามหาวิทยาลัยขอนแก่น ไม่ได้เป็น OA ถึงแม้จะมีการใช้ระบบ Dspace แต่ภายในเว็บไซต์ ไม่มีการแจ้งนโยบายการจัดทำ OA และไม่ได้มีการใช้สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ด้วย
2. คลังเอกสารดิจิทัลและผลงานวิชาการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศไทย (NSTDA Knowledge Repository) - จัดทำโดยศูนย์บริการความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ โดยจะจัดเก็บเอกสารจากแหล่งเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น คณะกรรมการนโยบายเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ ฐานข้อมูลวิจัยไทย (Thai Research) ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ และหน่วยงานอื่นๆ (ศูนย์บริการความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, ม.ป.ป.)
3. คลังปัญญามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร (Rajamangala University of Technology Phra Nakhon Intellectual Repository - RMUTP IR) - จัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นคลังจัดเก็บและให้บริการสารสนเทศ ซึ่งจะรวบรวมผลงานวิจัย วิชาการ ของคณาจารย์ นักวิจัย นักศึกษา และบัณฑิตศึกษาของกลุ่มมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล โดยมุ่งหวังให้ทรัพยากรสารสนเทศที่จัดเก็บในรูปดิจิทัลเหล่านี้ เป็นเครื่องอำนวยความสะดวกในการศึกษาค้นคว้า วิจัย เพิ่มเติมต่อยอด ซึ่งจะเป็นการเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางวิชาการและเป็นการเผยแพร่ชื่อเสียงของกลุ่มมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลในระดับนานาชาติ พัฒนาโดยใช้โปรแกรม Dspace (Rajamangala University of Technology Phra Nakhon, 2009)
4. คลังปัญญามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (PSU Knowledge Bank) - เป็นคลังจัดเก็บเอกสารในรูปแบบดิจิทัล ถูกจัดทำขึ้นเพื่อให้สมาชิกของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ใช้เป็นแหล่งจัดเก็บผลงานของตนเองในรูปแบบเอกสารฉบับเต็มหรือบางส่วน โดยจะจัดเก็บทรัพยากรประเภทงานวิจัย และวิทยานิพนธ์ ลิขสิทธิ์ทั้งหมดยังคงอยู่กับผู้เขียนและ/หรือสำนักพิมพ์ของพวกเขา ผลงานทั้งหมดที่ถูกจัดเก็บจะสามารถเข้าถึงได้ผ่านอินเทอร์เน็ตทั่วโลก ระบบสามารถจัดเก็บข้อมูลในรูปแบบไฟล์ประเภทต่างๆ รวมทั้งให้ข้อมูลทางบรรณานุกรมด้วย พัฒนาโดยใช้โปรแกรม Dspace (Prince of Songkla University, 2010)
5. เครือข่ายสารสนเทศงานวิจัยเกษตรไทย - เป็นโครงการความร่วมมือระหว่างศูนย์ประสานงานสารนิเทศสาขาเกษตรศาสตร์ สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ร่วมกับสภาคณบดีสาขาการเกษตร สมาคมสภาวิชาการอุตสาหกรรมเกษตร และหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรวบรวมสารสนเทศงานวิจัยด้านการเกษตรของประเทศไทย ให้มีความครบถ้วนสมบูรณ์ เพื่อการใช้ประโยชน์ในการศึกษา อ้างอิง ต่อยอดและขยายผล เพื่อการพัฒนาการเกษตรของประเทศ และการเผยแพร่ผลงานให้ได้รับการอ้างอิงในระดับชาติและระดับนานาชาติ พัฒนาโดยใช้โปรแกรม Dspace (เครือข่ายสารสนเทศงานวิจัยเกษตรไทย, 2550)
6. คลังปัญญามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี - เป็นคลังปัญญาที่เกิดจากความรู้ ความ สามารถของคณาจารย์ นิสิต รวมถึงบุคลลากร ได้สร้างผลงานจนเป็นที่ยอมรับ และสามารถนำไปเผยแพร่ เพื่อต่อยอดให้กับนักวิจัยหรือผู้สนใจทั่วไปได้ใช้ประโยชน์ โดยรวบรวมจัดเก็บบทความ หนังสือ กฤตภาค รายงานการประชุม รายงานการวิจัย สื่อการสอน วิทยานิพนธ์ พัฒนาโดยใช้โปรแกรม Dspace (Suranaree University of Technology, 2005)
7. KIDS-D (Knowledge, Imaginary, Discovery, Sharing) - เครือข่ายห้องสมุดดิจิทัลเพื่อการศึกษาคิดดี หรือ เครือข่ายคิดดี ดำเนินการโดยเครือข่ายความร่วมมือของ 12 สถาบัน คือ สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย Greenpeace กรมควบคุมมลพิษ กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี และศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย เพื่อขยายโอกาสทางการศึกษาให้กับโรงเรียน และบุคคลทั่วไปที่สนใจศึกษาหาความรู้ นักเรียน ครู อาจารย์ และผู้ที่สนใจทั่วไป สามารถเผยแพร่ แลกเปลี่ยน และเข้าถึงทรัพยากรสื่อการเรียนการสอน รูปแบบต่างๆ เช่น หนังสือภาพ การ์ตูนชุด แบบฝึกหัด ฯลฯ ได้อย่างครอบคลุมและทั่วถึง โดยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารที่ทันสมัย และเป็นมาตรฐานสากลในการจัดทำ พัฒนาโดยใช้โปรแกรม Dspace
ลิขสิทธิ์ของเนื้อหาภายในเว็บไซต์เครือข่ายคิดดีโดยตรง จะสงวนสิทธิ์บางประการภายใต้สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ โดยผู้ใช้สามารถนำเนื้อหาไปใช้ แสดง ดัดแปลง เผยแพร่ โดยต้องอ้างอิงที่มา ห้ามใช้เพื่อการค้า และต้องใช้สัญญาอนุญาตชนิดเดียวกันนี้กับงานที่นำผลงานดังกล่าวไปดัดแปลง ส่วนทางด้านลิขสิทธิ์ของเนื้อหา ข่าว หรือทรัพยากรที่รวบรวมมาจากหน่วยงานเครือข่ายอื่นๆ จะมีการสงวนลิขสิทธิ์โดยหน่วยงานที่เป็นเจ้าของทรัพยากรเหล่านั้น การเผยแพร่และนำไปใช้งาน จะต้องอ้างอิงลิขสิทธิ์ที่ประกาศโดยเจ้าของทรัพยากรนั้นๆ ด้วย (สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย, ม.ป.ป.)

ภาพที่ 10 แสดงรูปหน้าเว็บไซต์ห้องสมุดดิจิทัล KIDS-D (สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย, ม.ป.ป.)

แต่จากการตรวจสอบที่แท้จริงแล้ว พบว่าห้องสมุดดิจิทัล KIDS-D ไม่ได้เป็น OA ถึงแม้จะมีการกำหนดใช้สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ ใช้โปรแกรมระบบจัดการ Dspace แต่เมื่อตรวจสอบเนื้อหาภายใน พบว่ายังมีการละเมิดลิขสิทธิ์ผลงานของผู้อื่นอยู่ เช่น มีการไปคัดลอกผลงานของผู้อื่นมา แล้วมาระบุชื่อว่าเป็นผลงานของตน

เครื่องมือส่วนตัว