Thailand Open Source

จาก Thailand Science and Technology Wikipedia

ข้ามไปที่: นำทาง, ค้นหา

เนื้อหา

ความเป็นมา

ซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์ส (Open Source Software) หรือเรียกสั้น ๆ ว่า โอเพ่นซอร์ส (Open Source) เติบโตจากกลุ่มของนักพัฒนาซอฟท์แวร์อิสระหรือ แฮกเกอร์ (Hacker) จนกลายมาเป็นกลุ่มความร่วมมือระหว่างประเทศที่ใหญ่ที่สุดกลุ่มหนึ่ง เมื่อพูดถึงคำว่าแฮกเกอร์แล้ว หลายท่านจะเข้าใจไปในทางลบ เห็นว่าเป็นบุคคลอันตรายที่คอยเจาะเข้าระบบเพื่อทำให้ระบบเกิดปัญหา อันที่จริงแล้วนักคอมพิวเตอร์ จะใช้คำว่าแฮกเกอร์ในความหมายของผู้สนใจ และเชี่ยวชาญในการใช้ปรับแต่งหรือแก้ปัญหาการใช้งานโปรแกรมส่วนผู้ประสงค์ร้ายจะถูกเรียกว่าแครกเกอร์ (Cracker) กลุ่มของนักพัฒนาโอเพ่นซอร์ส เป็นผลมาจากทัศนะที่แตกต่างกันออกไปของโปรแกรมเมอร์ (Programmer) โดยมีความคิดมีความตั้งใจที่จะทำงานเพื่อสังคมความสุขและความภูมิใจ โอเพ่นซอร์ส ได้เริ่มเป็นที่รู้จักของกลุ่มผู้ใช้ในเมืองไทยอย่างจริงจัง เมื่อประมาณปี 2542 โดยมีหน่วยงานภาครัฐ และนักพัฒนาอิสระเป็นแรงผลักดันสำคัญ มีกิจกรรม อบรม สัมมนา รวมถึงเอกสารเผยแพร่อย่างต่อเนื่อง ช่วยให้ผู้สนใจใช้งานเพิ่มมากขึ้น และเรื่องโอเพ่นซอร์สกลายเป็นเเรื่อง ทั่วไปในสังคมไทยโดยเฉพาะ ในกลุ่มผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์

เนื้อหา

ซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์ส

ปัจจุบันซอฟต์แวร์ได้กลายมาเป็นส่วนสำคัญในชีวิตของผู้คนไม่ว่าจะอยู่ในโรงเรียน มหาวิทยาลัย โรงพยาบาล หน่วยงานของรัฐ ร้านค้า หรือแม้แต่ในยานพาหนะบางประเภท ซอฟต์แวร์ให้สิทธิการใช้ (Proprietary Software) ซึ่งเป็นที่ทราบกับกันดีว่าผู้ใช้ทุกคนจะต้องปฏิบัติตามข้อตกลงของการอนุญาต (Licensing Agreement) ที่มากับซอฟต์แวร์นั้น ๆ ผู้ใช้สามารถใช้ซอฟต์แวร์ตามคุณสมบัติเท่าที่มีให้โดยไม่สามารถที่จะปรับปรุงหรือดัดแปลงการใช้งานของซอฟต์แวร์นั้น ๆ ให้เหมาะสมกับความต้องการของผู้ใช้ได้ ยิ่งไปกว่านั้น ราคาค่าลิขสิทธิ์ของซอฟต์แวร์ให้สิทธิการใช้บางตัว ก็เป็นปัญหาสำหรับผู้ใช้ในภาคธุรกิจขนาดเล็ก และผู้ใช้งานตามบ้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มประเทศที่กำลังพัฒนา ซึ่งแตกต่างจากโอเพ่นซอร์สที่เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายภายหลัง

การเกิดขึ้นของซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์สเป็นทางเลือกที่สดใสสำหรับผู้ใช้ซอฟต์แวร์ ซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์สให้อิสระในการเผยแพร่ซ้ำ การอนุญาตให้ใช้ซอฟต์แวร์จะต้องรวมถึงการให้ซอร์สโค้ด ผู้ใช้สามารถแก้ไขซอร์สโค้ด และเผยแพร่ซ้ำ ซอร์สโค้ดและซอฟต์แวร์ต่อไปได้สิทธิซึ่งติดไปกับซอฟต์แวร์ สามารถใช้ได้กับผู้ใช้ทุกคน ผู้ใช้รายใหม่จำเป็นต้องขออนุญาต นอกจากนี้สัญญา อนุญาตไม่ขึ้นกับส่วนใดส่วนหนึ่งของซอฟต์แวร์ที่เผยแพร่ เป็นการเฉพาะเจาะจงการใช้ซอฟต์แวร์จะต้องไม่กำหนดข้อจำกัดควบคุมซอฟต์แวร์อื่น ๆ ที่เผยแพร่ไปพร้อม ๆ กับ ซอฟต์แวร์นั้น

Eric Raymond (Raymond) แสดงให้เห็นถึงความแตกต่างขั้นพื้นฐานของรูปแบบการพัฒนาซอฟท์แวร์ให้สิทธิการใช้กับซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์สโดยการใช้ลินุกซ์ (Linux) เป็นตัวแทนของซอฟท์แวร์โอเพ่นซอร์ส Raymond ใช้คำว่า "Cathedrai" หมายถึงรูปแบบส่วนใหญ่ในโลกเชิงธุรกิจและ "Bazaar" ว่าหมายถึงรูปแบบของโลกลินุกซ์ (Linux World) ซึ่งผู้พัฒนาอิสระนับพันคนจากทั่วโลก มีการติดต่อกันโดยทางของอินเทอร์เน็ต เพื่อร่วมกันพัฒนาระบบปฏิบัติการ ที่น่าเชื่อถือที่สุดใช้กันอยู่ในปัจจุบัน นักพัฒนาซอฟต์แวร์สามารถร่วมมือกันผ่าน อินเทอร์เน็ตในการเพิ่มขีดความสามารถของซอฟต์แวร์เสรี ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์ที่ให้อิสระในการใช้งานการศึกษาการดัดแปลง และการเผยแพร่ซ้ำโดยไม่ขัดต่อข้อตกลงทางการค้า ยิ่งไปกว่านั้นนโยบายของโอเพ่นซอร์สยังเปิดโอกาสให้นักพัฒนาศึกษาซอร์สโค้ดและดัดแปลงซอร์สโค้ดให้เป็นไปตามความต้องการของผู้พัฒนานั้นๆ การพัฒนาซอฟต์แวร์ในลักษณะนี้จัดเป็นความร่วมมือระดับโลกที่นักพัฒนาจากทั่วโลกใช้เวลาในการระดมสมองเพื่อที่จะได้ ซอฟท์แวร์ที่ดีที่สุดและผลที่ได้ก็เป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่ไม่สามารถปฏิเสธได้

ตาราง-เปรียบเทียบการพัฒนาของซอฟต์แวร์ให้สิทธิการใช้กับซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์ส
ตาราง-เปรียบเทียบการพัฒนาของซอฟต์แวร์ให้สิทธิการใช้กับซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์ส
คาราง-เปรียบเทียบลักษณะทั่วไปของซอฟต์แวร์ให้สิทธิการใช้กับซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์ส
คาราง-เปรียบเทียบลักษณะทั่วไปของซอฟต์แวร์ให้สิทธิการใช้กับซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์ส

คำที่มีความสำคัญที่จะต้องมีการพิจารณาคือ คำว่า "อิสรภาพในการเผยแพร่ซ้ำ" (Freedom of Redistribution) ซึ่งไม่ได้หมายความว่าไม่มีค่าใช้จ่าย ในปัจจุบัน มีกลุ่ม ของซอฟต์แวร์จำนวนมากที่ให้ความสำคัญกับคำว่า "อิสรภาพในการใช้และการเผยแพร่ซ้ำ" Free Software Foundation (FSF) ได้ให้ตัวอย่างของประเภทซอฟต์แวร์ที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้ คือ ซอฟต์แวร์เสรี (Free Software), ซอฟต์แวร์สาธารณะ (Public domain software), Copylefted Software ฟรีแวร์ (Freeware), แชร์แวร์ (Shareware), ซอฟต์แวร์เชิงพาณิชย์ (Commercial Software), ซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์ส (Open Source Software) และสัญญาอนุญาต

ซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์ส (Open SourceSoftware)

ซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์ส เป็นซอฟต์แวร์ที่มีความตั้งใจที่จะเผยแพร่ซอร์สโค้ดให้กับผู้ใช้ภายใต้เงื่อนไขที่ระบุไว้ในข้อตกลงสัญญาอนุญาต The Open Source Initiative (OSI) ได้ให้คำจำกัดความของ "โอเพ่นซอร์ส" ตามหลักเกณฑ์ดังนี้

1. การเผยแพร่ซ้ำโดยเสรี (Free Redistribution) สัญญาอนุญาตไม่ควรจำกัดฝ่ายใด ๆ ทั้งในการขายหรือให้ซอฟต์แวร์ ทั้งในฐานะซอฟต์แวร์ องค์ประกอบ (Component) และการเผยแพร่ซอฟต์แวร์แบบรวม ซึ่งประกอบด้วยโปรแกรมที่มาจากแหล่งต่างๆ กัน 2. ซอร์สโค้ด (Source Code) โปรแกรมที่เผยแพร่ต้องรวมซอร์สโค้ดไว้ด้วย และต้องยอมให้เผยแพร่ซอร์สโค้ดเช่นเดียวกับโปรแกรมที่ผ่านการคอมไพล์แล้ว

3. งานต่อเนื่อง สัญญาอนุญาตต้องยอมให้มีการดัดแปลงและทำเป็นผลงานต่อเนื่องและต้องยอมให้มีการเผยแพร่ผลงานเหล่านี้ด้วยเงื่อนไขเดียวกับสัญญาอนุญาตของซอฟต์แวร์เดิม

4. การคงความสมบูรณ์ในซอร์สโค้ดของผู้เขียน สัญญาอนุญาตจะจำกัดไม่ให้เผยแพร่ซอร์สโค้ดที่ถูกแก้ไขในกรณีที่สัญญาอนุญาตยอมให้เผยแพร่ patch file ไปพร้อมกับซอร์สโค้ดเพื่อใช้ในการแก้ไข โปรแกรมขณะคอมไพล์สัญญา จะต้องระบุอย่างชัดเจนว่าอนุญาตให้เผยแพร่ซอฟต์แวร์ที่ถูกแก้ไข สัญยาอาจจะตั้งเงื่อนไขให้งานดัดแปลงต้องใช้ชื่อหรือหมายเลขเวอร์ชั่นต่างออกไปจากซอฟต์แวร์ต้นฉบับ กล่าวคือผู้ใช้ต้องมีสิทธิที่จะทราบว่าใครเป็นผู้รับผิดชอบซอฟต์แวร์ที่ตนกำลังใช้อยู่ ผู้เขียน และผู้ดูแลมีสิทธิในทำนอง เดียวกันที่จะทราบว่าพวกเขาถูกตั้งคำถามอะไรเพื่อที่จะสนับสนุนและปกป้องชื่อเสียงของตัวเอง

5. การไม่เลือกปฏิบัติต่อบุคคลหรือกลุ่ม สัญญาอนุญาตต้องไม่กีดกันตัวบุคคลหรือกลุ่มบุคคลใด ๆ

6. การไม่เลือกปฏิบัติในการจำกัดสาขาการใช้งาน สัญญาอนุญาตต้องไม่จำกัดผู้ใดจากการใช้ประโยชน์ของโปรแกรมในขอบเขตที่เฉพาะเจาะจง เช่น ไม่จำกัดการใช้งานในเชิงธุรกิจ หรือการใช้งาน วิจัยทางด้านพันธุกรรม

7. การเผยแพร่สัญญาอนุญาต ลัทธิต่าง ๆ ที่ติดไปกับโปรแกรมจะมีผลกับผู้ใช้โปรแกรมทั้งหมดที่ถูกเผยแพร่ซ้ำ โดยไม่ต้องดำเนินการเพิ่มสัญญาอนุญาต

8. สัญญาอนุญาตต้องไม่เจาะจงผลิตภัณฑ์ สิทธิต่าง ๆ ที่ติดไปกับโปรแกรมต้องไม่ขึ้นกับส่วนใดส่วนหนึ่งของซอฟต์แวร์ที่เผยแพร่ ถ้ามีการเลือกเฉพาะโปรแกรมนั้นออกมา และถูกใช้หรือ ถูกเผยแพร่ ภายใต้เงื่อนไขของสัญญาอนุญาต ทุกฝ่ายที่ได้รับโปรแกรมนั้นจะต้องมีสิทธิเช่นเดียวกับผู้ที่ได้รับซอฟต์แวร์เดิม

9. สัญญาอนุญาติต้องไม่จำกัดซอฟต์แวร์อื่น ๆ สัญญาอนุญาตต้องไม่ระบุข้อจำกัดต่อซอฟต์แวร์อื่นที่ถูกเผยแพร่ไปพร้อมกับซอฟต์แวร์ที่มีสัญญาอนุญาต (licensed software) ตัวอย่างเช่น สัญญาอนุญาตต้องไม่ระบุว่าโปรแกรมอื่น ๆ ที่ถูกเผยแพร่ในสื่อเดียวกัน ต้องเป็น ซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์ส

10. สัญญอนุญาตต้องเป็นกลางทางเทคโนโลยี ไม่มีบทบัญญัติในสัญญาอนุญาตที่ไม่ผูกพันกับเทคโนโลยีหรืแรูปแบบอินเตอร์เฟสแบบใดแบบหนึ่ง

ซอฟต์แวร์ที่เกี่ยวข้อง

สัญญาอนุญาต

หน่วยงานและเครือข่ายส่งเสริมโอเพ่นซอร์สในประเทศไทย

1. ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ

เป็นหน่วยงานภายใต้สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นหน่วยงานแรก ๆ ของประเทศไทยที่พัฒนาซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์ส เช่น ระบบปฏิบัติการลินุกซ์ทะเล ระบบปฏิบัติการลินุกซ์ซิส โปรแกรมออฟฟิศทะเลโปรแกรมดิกชันนารี ศำปะพรนื และระบบจัดการเรียนการสอน LearnSguare เป็นต้น โดยศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งขาติ หรือเนคเทค ทำหน้าที่วิจัยและพัฒนา ส่งเสริมนักพัฒนาในประเทศ โดยการจัดให้มีเวทีแสดงความสามารถต่างๆ เช่นโครงการประกวดซอฟต์แวร์แห่งชาติ (National Software Contest) โครงการแข่งขันการติดตั้งและใช้งานระบบปฏิบัติการลินุกซ์แห่งชาติ (National Linux Competition) สนับสนุนโครงการอบรมด้านเทคนิคสำหรับนักพัฒนา และจัดอบรมสัมมนาเพื่อให้ความรู้แก่ผู้ใช้และผู้ประกอบการ อีกทั้งยังมัส่วนร่วมกำหนดนโยบายและแนวทางการส่งเสริมร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ

2. สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ

เป็นหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เป็นหน่วยงานหลักในการวางแผนและกำหนดนโยบายพัฒนาอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ของประเทศให้สอดคล้องกับแผนแม่บทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และเป็นหน่วยงานหลักในการประสานงานและแก้ปัญหาเกี่ยวกับการดำเนินการทางด้านอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ให้มีบริการแบบเบ็ดเสร็จสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ หรือ ซิป้า มุ่งเน้นให้ความรู้ความเข้าใจและส่งเสริมให้มีการใช้งานโอเพ่นซอร์สในวงกว้าง โดยส่งเสริมให้มีการใช้งานซอฟต์แวร์ เช่น ระบบปฏิบัติการลินุกส์ (Suriyan) ซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์สบบนวินโดวส์ (Chantra) รวมถึงมุ่งเน้นสนับสนุน ชุดโปรแกรมโอเพ่นออฟฟิศ (OpenOffice.org) และโปรแกรมตกแต่งสภาพ (Gimp) เป็นต้น ซึ่ง ซิป้า สนับสนุน ทั้งการอบรม สัมมนา และผลักดันให้มีการใช้งานจริงในภาคธุรกิจและการศึกษา

3. สมาคมสมาพันธ์โอเพ่นซอร์สแห่งประเทศไทย

เป็นการรวมตัวกันของทั้งนักพัฒนาผู้ใช้และบุคคลผู้สนใจทั่วไปเกี่ยวกับซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์ส โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นศูนย์กลางแลกเปลี่ยนความรู้ ความคิดเห็น ประสบการณ์ ซอฟต์แวร์ และเผยแพร่ข่าวสารข้อมูลกี่ยวกับโอเพ่นซอร์ส โดยมุ่งส่งเสริมและสนับสนุนกิจกรรมโอเพ่นซอร์ส และกิจกรรมที่สอดคล้องเกี่ยวเนื่องกับโอเพ่นซอร์ส รวมถึงร่วมมือ และประสานงานกับองค์กรเอกชนสถาบันการศึกษา และทางราชการจัดกิจกรรมต่างๆ เกี่ยวกับโอเพ่นซอร์ส ทั้งในประเทศและต่างประเทศ

4.เครือข่ายซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์ส

เป็นการรวมกลุ่มของหน่วยงานต่างๆ ทั้งสถาบันการศึกษา บริษัทเอกชนผู้ใช้ บริษัทเอกชนผู้ให้บริการ หน่วยงานและองค์กรที่มีความสนใจในโอเพ่นซอร์ส โดยมีเป้าหมายเพื่อแลกเปลี่ยนซอฟต์แวร์ ความรู้ประประสบการณ์ ตลอดทั้งทรัพยากรที่มี ให้เป็นประโยชน์ต่อเครือข่ายและเป็นต้นแบบให้กับหน่วยงานอื่นทั้งในด้านการใช้งาน และพัฒนา

ธุรกิจโอเพ่นซอร์สในประเทศไทย

ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์สในเมืองไทยปัจจุบันจะเกี่ยวข้องกับซอฟต์แวร์ 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ OpenOffice.org Linux opreating system. Content Management System (CMS) ซึ่งลักษณะของการให้บริการก็แบ่งตามลักษณะของซอฟต์แวร์ คือ

1. OpenOffice.org ให้บริการในลักษณะของผู้เชี่ยวชาญครบวงจร โดยมีบริการอบรม ประเมินความเป็นไปได้ในการใช้งาน บริการถามตอบปัฐหา (call center)จัดเวิร์คช็อปกลุ่มตัวอย่าง และวางแผนการปรับเปลี่ยน ให้แก่หน่วยงาน เป็นต้น โดยปัจจุบันมีหน่วยงานที่สนใจแล้วจำนวนหนึ่งโดยแบ่งเป็นระดับการใช้งานดังนี้

ตาราง - ข้อมูลสถานะของหน่้วยงานที่ใช้ OpenOffice.org .ในประเทศไทย ที่มาบริษัท โอเพ่นซอร์สสดิเวลลอปเมนท์ จำกัด (9 มิถุนายน 2551)
ตาราง - ข้อมูลสถานะของหน่้วยงานที่ใช้ OpenOffice.org .ในประเทศไทย ที่มาบริษัท โอเพ่นซอร์สสดิเวลลอปเมนท์ จำกัด (9 มิถุนายน 2551)

2. Linux operating system จะเป็นการให้บริการอบรมเป็นหลัก ทั้งสำหรับผู้ใช้งาน (Desktop) และผู้ดูแลระบบ (Server admini-strator) นอกจากนี้ยังรวมไปถึงการให้บริการติดตั้งและบำรุงรักษาระบบ System Integration) และทำการเวิร์ชั่นเฉพาะสำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์แต่ละรุ่น

3. Content Management System (CMS) การให้บริการในกลุ่มนี้จะมีทั้งเว็บโฮสติ้งที่นำเอาซอฟต์แวร์ เช่น Joomla, Mambo เป็นต้น ไปให้บริการมากขึ้นและบริการจัดสร้างเว็บไซต์ทั้งในรูปของบริษัท และส่วนบุคคล (Freelance) โดยมีทั้งการปรับแต่งเพิ่มเติมเพื่อพัฒนาความสามารถต่างๆ ทั้งระบบ จองห้องประชุมระบบจัดการความรู้ภายในหน่วยงาน รวมถึงระบบ อินทราเน็ตโดยรวมขององค์กร โดยอัตราการให้บริการก็จะแตกต่างไปตั้งแต่ 15,000 บาท 20,000 บาท จนถึง 1,000,000 บาทตามขนาดของระบบ ซึ่งมีการคาดหมายกันว่า เฉพาะประเทศไทยใน 1 ปี น่าจะมีมูลค่า ตลาดเกิดขึ้นประมาณ 50-60 ล้านบาท

โดยมีตัวอย่างผลจากการสืบค้นด้วย google search ดังนี้

  • เมื่อค้นคำว่า "เว็บนี้ขับเคลื่อนด้วยแมมโบ้ลายไทย" พบ 1,810,000 ที่
  • เมื่อค้นคำว่า "mambo site:.th" พบ 557,000 ที่ และ
  • เมื่อค้นคำว่า "เว็บนี้ขับเคลื่อนด้วย จูมล่า" พบ 30,200 ที่ เป็นต้น

ซึ่งสามารถพิจารณาเป็นตัวเลขประมาณการ การนำเอา CMS ที่พัฒนาจากทีมงานของแมมโบ้ลายไทย (Mambo laithai) และจูมล่า (Joomla) ไปใช้งานได้

ที่มา : บริษัท มาร์เวลิค เอนจิ้น จำกัด (6 มิถุนายน 2551)

ข้อมูลการส่งเสริม และการใช้งานในประเทศไทย

การอบรมสัมมนา

หน่วยงานที่มีบทบาทสำคัญในการจัดอบรมและสัมมนาที่เกี่ยวกับโอเพ่นซอร์สในประเทศไทยได้แก่ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) และสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (ซิป้า) โดยมีข้อมูลสำหรับปีงบประมาณ 2551 (1 ตุลาคม 2550 - 31 พฤษภาคม 2551) ดังนี้

ตารางที่ 1 ข้อมูลตัวเลขการอบรมและสัมมนาจากหน่วยงานภาครัฐ ที่มา เนคเทค, ซิป้า 6 มิถุนายน 2551
ตารางที่ 1 ข้อมูลตัวเลขการอบรมและสัมมนาจากหน่วยงานภาครัฐ ที่มา เนคเทค, ซิป้า 6 มิถุนายน 2551



สถานะการใช้งาน
ภาพรวมการใช้งานซอฟต์แวร์ระบบปฏิบัติการของคนไทยจากเว็บไซต์ http://truehits.net


ตารางที่ 2 ข้อมูลสัดส่วนการใช้งานระบบปฏิบัติการในประเทศไทย
ตารางที่ 2 ข้อมูลสัดส่วนการใช้งานระบบปฏิบัติการในประเทศไทย



จากตารางที่ 2 จะเห็นได้ว่าการใช้งานระบบปฏิบัติการลีนุกซ์ในประเทศไทยยังมีน้อยมากคือ 0.06% เท่านั้น ซึ่งยอดการใช้งานเคยขึ้นไปสูงสุด คือ 0.24 % ที่เดือน พฤศจิกายน ปี 2003



ตารางที่3 ข้อมูลสัดส่วนการใช้งานเว็บบราวเซอร์ในประเทศไทย
ตารางที่3 ข้อมูลสัดส่วนการใช้งานเว็บบราวเซอร์ในประเทศไทย


ในขณะที่หากเน้นกลุ่มผู้ใช้งานที่มีความสนใจข่าวสารไอทีโดยเฉพาะจะมีสัดส่วนตารางที่ 3 แสดงให้เห็นว่า Netscape & Mozilla มีอัตราการใช้งาน เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทุกเดือน และปัจจุบันมีอัตราการใช้งานที่ 6.54% การใช้งานที่แตกต่างกับผู้ใช้งานทั่วไป โดยข้อมูลจากเว็บไซต์ข่าวไอทีอันดับหนึ่งของประเทศ www.blognone.com แสดงให้เห็นสัดส่วนการใช้งานระบบปฏิบัติการตามตารางข้อมูลด้านล่างนี้


ตารางที่ 4 ข้อมูลสัดส่วนการใช้งานระบบปฏิบัติการในประเทศไทย (เฉพาะกลุ่มไอที)
ตารางที่ 4 ข้อมูลสัดส่วนการใช้งานระบบปฏิบัติการในประเทศไทย (เฉพาะกลุ่มไอที)



ตารางที่ 5 ข้อมูลสัดส่วนการใช้งานเว็บบราวเซอร์ในประเทศไทย (เฉพาะกลุ่มไอที)
ตารางที่ 5 ข้อมูลสัดส่วนการใช้งานเว็บบราวเซอร์ในประเทศไทย (เฉพาะกลุ่มไอที)



ตารางที่ 6 ข้อมูลสัดส่วนการใช้งานเว็บบราวเซอร์และระบบปฏิบัติการในประเทศไทย (เฉพาะกลุ่มไอที)
ตารางที่ 6 ข้อมูลสัดส่วนการใช้งานเว็บบราวเซอร์และระบบปฏิบัติการในประเทศไทย (เฉพาะกลุ่มไอที)


สถิติการดาวน์โหลดซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์สจากเว็บไซต์ มิเรอร์แห่งชาติ (http://www.mirror.in.th) ที่น่าสนใจ ตั้งแ่ต่ 1 มกราคม 2551 ถึง 31 พฤษภาคม 2551 เป็นดังนี้

ตารางที่ 7 ข้อมูลสัดส่วนการใช้งานเว็บบราวเซอร์และระบบปฏิบัติการในประเทศไทย (เฉพาะกลุ่มไอที)
ตารางที่ 7 ข้อมูลสัดส่วนการใช้งานเว็บบราวเซอร์และระบบปฏิบัติการในประเทศไทย (เฉพาะกลุ่มไอที)


ตารางที่ 8 ข้อมูลการดาวน์โหลดซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์สยอดนิยม
ตารางที่ 8 ข้อมูลการดาวน์โหลดซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์สยอดนิยม


นอกจากนี้ ข้อมูลการดาวน์โหลดและการใช้งานซอฟต์แวร์ระบบปฏิบัติการลินุกซ์ทะเล และลินุกซ์ซิส จากศูนย์เทคโนโลยีและคอมพิวเตอร์แห่งชาติ ซึ่งเริ่มมีการเก็บข้อมูลเพื่อแสดงสถานะการใช้งานและดาวน์โหลดตั้งแต่ เดือน กุมภาพันธ์ จนถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2551 ดังนี้

ตารางที่ 9 ข้อมูลการดาวน์โหลดระบบปฏิบัติการลินุกซ์ทะเล ลินุกซิส ที่มา: เว็บรายงานสถิติ "(http://www.opentle.org/start/opentle.php) "
ตารางที่ 9 ข้อมูลการดาวน์โหลดระบบปฏิบัติการลินุกซ์ทะเล ลินุกซิส ที่มา: เว็บรายงานสถิติ "(http://www.opentle.org/start/opentle.php) "

อ้างอิง

ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนกิส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติื สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ :Thailand Open Source White Paper 2008

รับข้อมูลจาก "http://www.wowthailand.org/index.php/Thailand_Open_Source"
เครื่องมือส่วนตัว