Cloning

จาก Thailand Science and Technology Wikipedia

ข้ามไปที่: นำทาง, ค้นหา

Cloning

โคลนนิง (cloning ) คือการสืบพันธุ์หรือการแพร่พันธุ์ โดยไม่อาศัยเพศ (asexual reproduction)

มนุษย์รู้จักโคลนนิงมานานนับพันๆ ปีแล้ว แต่เป็นโคลนนิงที่ทำกับพืช ซึ่งหมายถึงการขยายพันธุ์โดยไม่อาศัยกระบวนการเกี่ยวกับเรื่องเพศของพืช การทำโคลนนิงกับพืช หรือที่เราเรียกกันว่า การเพาะชำพืช มิได้เป็นเรื่องราวที่สร้างความตื่นเต้นแต่อย่างใด

เรื่องของโคลนนิงเป็นข่าวที่ได้รับความสนใจมาตั้งแต่ประมาณกลางศตวรรษที่ 20 เมื่อนักวิทยาศาสตร์เริ่มกล่าวถึงการโคลนนิงสัตว์ โคลนนิงเป็นข่าวดังไปทั่วโลกในปี ค.ศ.1999 กับข่าวความสำเร็จของนักวิทยาศาสตร์ในสกอตแลนด์ ที่สร้างแกะโคลนนิงชื่อ ดอลลี่ (Dolly) ขึ้นมา

สำหรับภาษาไทย มีปัญหาทีเดียวกับการเลือกหาคำที่จะใช้เรียก โคลนนิงเพราะถ้าเรียกการทำโคลนนิงสัตว์แบบเดียวกับการทำโคลนนิงพืช ก็คงต้องเรียกผลิตผลจากกระบวนการทำโคลนนิงสัตว์เป็น "สัตว์เพาะชำ" และยิ่งเมื่อกล่าวถึงการทำโคลนนิงมนุษย์ ก็คงต้องเรียกมนุษย์ที่เกิดจากการทำโคลนนิงว่า "มนุษย์เพาะชำ" ซึ่งฟังแล้วขัดกับความรู้สึก เพราะมนุษย์คุ้นเคยกับการเพาะชำพืชมากกว่า

ดังนั้นในภาษาไทยจึงน่าจะใช้ "โคลนนิง" สำหรับคำภาษาอังกฤษ cloning และน่าจะใช้ "โคลน" สำหรับภาษาอังกฤษ clone

จะเรียกสัตว์โคลนหรือมนุษย์โคลนเป็น "ก๊อปปี้สัตว์" และ "ก๊อปปี้มนุษย์" ก็ถูกต้องในความหมาย เพราะสัตว์โคลนที่สร้างกันมาได้แล้ว ก็เป็นก๊อปปี้ของสัตว์ต้นแบบจริงๆ มนุษย์โคลน ถ้าสร้างขึ้นมาได้จริง ก็จะเป็นก๊อปปี้ของมนุษย์ผู้เป็นต้นแบบจริงๆ เพราะสัตว์และมนุษย์ที่เกิดจากกระบวนการโคลนนิงทุกตัวและทุกคน จะมียีนที่เหมือนกับยีนของสัตว์หรือมนุษย์ต้นแบบจริงๆ แต่คำว่า "โคลนนิง" และ "โคลน" เหมาะที่จะใช้เป็นศัพท์เฉพาะทางวิชาการสำหรับ cloning มากกว่าคำว่า "ก๊อปปี้"

โคลนนิงพืชทำได้ง่ายและทำได้หลายวิธี ดังเช่น การติดตา ต่อกิ่ง ฯลฯ แต่สำหรับสัตว์ทำได้ยาก และต้องอาศัยความรู้ความเข้าใจเกี่ยงกับองค์ประกอบพื้นฐานและโครงสร้างของหน่วยพื้นฐานแห่งชีวิตหรือพันธุกรรม ซึ่งก็หมายถึงรายละเอียดต่างๆ ของโครโมโซม และความเกี่ยวพันระหว่างโครโมโซมกับดีเอ็นเอและยีน อีกทั้งต้องอาศัยกระบวนการใหม่ๆ เกี่ยวกับพันธุกรรม คือ พันธุวิศวกรรม (genetic engineering) ในการตัดต่อและก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงกับโครโมโซมในเซลล์ของสัตว์

สำหรับวิธีการทำโคลนนิง โดยหลักการ ก็คือวิธีการใดๆ ก็ได้ที่จะทำให้นิวเคลียสของเซลล์จากสัตว์ต้นแบบเกิดการแบ่งตัว โดยนิวเคลียสทุกส่วนที่ถูกแยกออกมา จะมีรายละเอียดทางพันธุกรรมเหมือนกัน คือมียีนเหมือนกัน

การทำโคลนนิงสัตว์ เป็นการขยายพันธุ์สัตว์โดยไม่อาศัยเพศเลยจริงๆ เพราะไม่ต้องอาศัยทั้งไข่และสเปิร์มของสัตว์เป็นปัจจัยพื้นฐานของการก่อกำเนิดเป็นสัตว์ตัวใหม่

สิ่งที่จะไม่ต้องใช้จริงๆ ในการทำโคลนนิงสัตว์คือสเปิร์ม แต่สำหรับไข่ก็ยังต้องอาศัยอยู่ ทว่าเป็นการอาศัยที่ไม่ต้องการทุกสิ่งทุกอย่างของไข่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งนิวเคลียสของไข่จะไม่ถูกใช้เลย

วิธีการทำโคลนนิงสัตว์ที่ทำกันมาแล้วอย่างได้ผลวิธีหนึ่งคือ นำไข่ของสัตว์มาหนึ่งฟอง อาจเป็นไข่ของสัตว์ชนิดที่ต้องการทำโคลนนิง หรือใช้ไข่ของสัตว์อื่นที่ใกล้เคียงกันทางพันธุกรรมก็ได้ แล้วก็ใช้เซลล์หนึ่งเซลล์ เป็นเซลล์ของสัตว์ต้นแบบที่จะทำโคลนนิงนั่นเอง

จากนั้นก็เอานิวเคลียสของไข่ทิ้งไป นำนิวเคลียสของเซลล์ใส่เข้าไปแทนแล้วก็กระตุ้นให้ไข่ซึ่งมีนิวเคลียสใหม่แยกเซลล์ ซึ่งก็คือกระตุ้นให้เกิดการปฏิสนธิ

ตัวอย่างเช่น ถ้าจะทำโคลนนิงของวัว ก็ต้องนำไข่ของวัวหรือของสัตว์อื่นที่ใกล้เคียงกับวัวมาหนึ่งฟอง แล้วเอานิวเคลียสของไข่ทิ้งไป จากนั้นนำเซลล์ของวัวที่จะเป็นแม่พิมพ์วัวโคลนมาหนึ่งเซลล์ นำนิวเคลียสของวัวใส่เข้าไปแทนที่นิวเคลียสของไข่ กระตุ้นด้วยไฟฟ้าอ่อนๆ ไข่ที่มีนิวเคลียสใหม่ก็จะเริ่มการแบ่งเซลล์ จากหนึ่งเป็นสอง เป็นสี่ เป็นแปด เป็นสิบหกเรื่อยไป จนกระทั่งเกิดเป็นสัตว์โคลนที่สมบูรณ์

สำหรับกรณีของแกะดอลลีที่เป็นข่าวดังไปทั่วโลก ก็เพราะแกะดอลลีเป็นสัตว์ขนาดใหญ่ชนิดแรก ที่ถือกำเนิดจากโคลนนิงของแกะต้นแบบที่โตแล้ว มิใช่ของแกะตัวอ่อนซึ่งทำให้ง่ายกว่ามาก

การทำโคลนนิงมีประโยชน์ที่ชัดเจนสำหรับพืชและสัตว์ เพราะสามารถจะเลือกทำโคลนนิงเฉพาะจากพืชและสัตว์ต้นแบบพันธุ์ดีที่สุด แต่สำหรับการทำโคลนนิงมนุษย์ เมื่อถึงปลายปี ค.ศ.1999 ก็ปรากฏแน่ชัดว่าสามารถจะทำกันได้ แต่ปัญหาใหญ่คือ สมควรจะทำหรือไม่ เพราะมีปัญหาทั้งเชิงเทคนิค (ว่าจะได้มนุษย์โคลนที่สมบูรณ์จริงหรือไม่) และปัญหาเชิงกฎหมายและจริยธรรม

รับข้อมูลจาก "http://www.wowthailand.org/index.php/Cloning"
เครื่องมือส่วนตัว