Aurora Borealis และ Aurora Australis

จาก Thailand Science and Technology Wikipedia

ข้ามไปที่: นำทาง, ค้นหา

Aurora Borealis และ Aurora Australis

แสงเหนือ (aurora borealis) และแสงใต้ (aurora australis) เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติเกิดเป็นแถบแสงสีพลิ้วคล้ายผ้าแพรหรือผ้าม่านหลากสีงดงามในท้องฟ้า แถบบริเวณขั้วโลกเหนือและขั้วโลกใต้ สีของแสงเหนือและแสงใต้มีหลากสีคล้ายสีรุ้ง แต่สีที่จะปรากฏเด่นชัดมากคือ สีแดงและสีเขียว

คำภาษาอังกฤษสำหรับแสงเหนือและแสงใต้ นอกเหนือไปจาก aurora borealis และ aurora australis แล้วก็มีคำ northern light (ความหมายตรงๆ ของแสงเหนือ) กับ southern light (ความหมายตรงๆ ของแสงใต้) สำหรับที่มาและความหมายของคำว่า aurora borealis และ aurora australis ซึ่งมิได้แปลว่าแสงเหนือและแสงใต้ตรงๆ เกี่ยวพันกับประสบการณ์ของมนุษย์ที่ได้เห็นแสงเหนือและแสงใต้

คำเรียก aurora borealis เกิดขึ้นก่อน aurora australis

ผู้ตั้งคำ aurora borealis เรียกแสงเหนือคือ ปีแอร์ กาแซนดี (Pierre Gassendi) เป็นนักปรัชญาและนักดาราศาสตร์ชาวฝรั่งเศส มีชีวิตอยู่ระหว่างปี ค.ศ.1592-1655

ปีแอร์ กาแซนดี เป็นนักวิทยาศาสตร์คนแรกที่ได้เห็นแสงเหนือ แล้วนำมาเขียนเป็นรายงานบรรยายสภาพของแสงเหนือเมื่อปี ค.ศ.1621 และตั้งชื่อเรียกปรากฏแสงเหนือว่า aurora borealis จากคำภาษาละติน aurora แปลว่า "แสงสว่าง" ส่วนคำ borealis เป็นทั้งคำภาษาละตินและภาษากรีก แปลว่า "ลมเหนือ" รวม aurora borealis แปลว่า "แสงสว่างที่เกิดในทิศทางเหนือ" หรือ "อรุณรุ่งที่ขั้นโลกเหนือ" (northern dawn) เนื่องจากแสงเหนือเป็นแสงที่เปรียบคล้ายแสงสว่างจากดวงอาทิตย์ ขึ้นอยู่ในท้องฟ้าที่แถบบริเวณขั้นโลกเหนือ

หลังจาก ปีแอร์ กาแซนดี ได้ตั้งคำเรียกแสงเหนือเป็น aurora borealis อยู่นาน 152 ปี จึงมีการตั้งชื่อเรียกแสงใต้เป็น aurora australis

ผู้ให้กำเนิดคำเรียกแสงใต้เป็น aurora australis คือนักสำรวจทางเรือชางอังกฤษ กัปตันเจมส์ คุก (James Cook) มีชีวิตอยู่ระหว่างปี ค.ศ.1728-1779 ผู้ค้นพบทวีปออสเตรเลีย โดยชาวยุโรป ในการเดินทางครั้งยิ่งใหญ่ทางเรือ เพื่อสำรวจมหาสมุทรแปซิฟิกครั้งแรกของเขา

ในการเดินทางสำรวจมหาสมุทรแปซิฟิกครั้งที่ 2 ของเจมส์ คุก ระหว่างปี ค.ศ.1772-1775 เจมส์ คุก ได้เดินทางลงไปถึงแถบขั้วโลกใต้ ปี ค.ศ.1773 เจมส์ คุก เป็นชาวยุโรปคนแรกที่ได้เห็นแสงใต้ และตั้งชื่อเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า aurora australis เลียนชื่อเรียกแสงเหนือว่า aurora borealis

คำ aurora australis แปลตรงๆ เป็นอรุณรุ่งที่ขั้วโลกใต้ หรือ southern dawn

ปรากฏการณ์แสงเหนือและแสงใต้เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติ เกี่ยวข้องกับสนามแม่เหล็กโลก และอนุภาคมีประจุไฟฟ้าจากดวงอาทิตย์หรือลมสุริยะ แสงเหนือ-แสงใต้ เกิดค่อนข้างบ่อยที่แถบขั้วโลกเหนือและขั้วโลกใต้แต่จะเกิดมากเป็นพิเศษ เมื่อมีลมสุริยะพัดแรงจากดวงอาทิตย์ ซึ่งก็เกิดจากจุดดับบนดวงอาทิตย์และความแปรปรวนของสนามแม่เหล็กบนพื้นผิวดวงอาทิตย์

เมื่อบนดวงอาทิตย์เกิดความแปรปรวนมากของสนามแม่เหล็ก ลมสุริยะซึ่งประกอบด้วยอนุภาคโปรตอนและอิเล็กตรอน จะพัดแรงหรือมีความหนาแน่นมากออกมาจากดวงอาทิตย์ และส่วนหนึ่งก็มาถึงโลก เมื่ออนุภาคมีประจุไฟฟ้าคือโปรตอนและอิเล็กตรอนเหล่านี้เดินทางถึงโลก ส่วนใหญ่ก็จะถูกสนามแม่เหล็กโลกดึงดูดให้เคลื่อนที่เข้าสู่บรรยากาศของโลกแถบบริเวณขั้วแม่เหล็กโลกเหนือและใต้ ซึ่งก็อยู่ที่แถบบริเวณขั้วโลกเหนือและขั้วโลกใต้ทางภูมิศาสตร์นั่นเอง

บรรดาอนุภาคมีประจุไฟฟ้าของลมสุริยะเหล่านี้ จะทำปฏิกิริยาหรือชนกับโมเลกุลของบรรยากาศโลก ทำให้โมเลกุลบรรยากาศโลกเกิดการแตกตัวหรือเกิดการไอออนไนซ์ (ionized) ปล่อยพลังงานออกมาปรากฏเป็นแสงวูบวาบของแสงเหนือและใต้

แสงเหนือ-แสงใต้ มักจะเกิดในบรรยากาศที่ระดับความสูงระหว่าง 90 ถึง 200 กิโลเมตรจากพื้นผิวโลก ทางซีกโลกเหนือจะเห็นกันมากกว่าซีกโลกใต้ เนื่องจากแถบบริเวณขั้วโลกเหนือเป็นแถบมีแผ่นดินและผู้คนอยู่กันมากจนกระทั่งเกือบถึงขั้วโลกเหนือจริงๆ ในขณะที่แถบบริเวณขั้วโลกใต้ส่วนใหญ่เป็นมหาสมุทรและแผ่นดินที่ปกคลุมด้วยน้ำแข็ง มีผู้คนอยู่กันน้อย

สำหรับซีกโลกเหนือ ผู้คนในแถบพื้นที่หรือประเทศที่เห็นแสงเหนือ เช่นฟินแลนด์ นอร์เวย์ อะแลสกา กรีนแลนด์ แคนาดา ฯลฯ

เครื่องมือส่วนตัว