Asteroid, Planetoid หรือ Minor Planet

จาก Thailand Science and Technology Wikipedia

ข้ามไปที่: นำทาง, ค้นหา

Asteroid, Planetoid หรือ Minor Planet

ความรู้ทางด้านดาราศาสตร์เปลี่ยนอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงศตวรรษที่ 20 และต้นศตวรรษที่ 21 ต้นเหตุของความเปลี่ยนแปลงใหญ่ที่สุด ก็คือเทคโนโลยีในการสำรวจอวกาศ ทั้งโดยกล้องโทรทรรศน์ (บนโลกและในอวกาศ) และยานสำรวจระบบสุริยะ

ตัวอย่างความเปลี่ยนแปลงอย่างหนึ่งที่ชัดเจนคือความรู้เกี่ยวกับสิ่งที่เรียกว่า ดาวเคราะห์น้อย ซึ่งในภาษาอังกฤษมีคำที่ใช้กันอยู่ถึงสามคำ ได้แก่ asteroid, planetoid และ minor Planet ความรู้ที่เปลี่ยนไปเกี่ยวกับดาวเคราะห์น้อยเริ่มต้นตั้งแต่ปี ค.ศ.1801 ที่มีการค้นพบดาวเคราะห์น้อยดวงแรก จนกระทั่งล่าสุด เมื่อกลางปี ค.ศ.2001 มีการค้นพบดาวเคราะห์น้อยดวงใหม่ ทำลายสถิติดาวเคราะห์น้อยขนาดใหญ่ที่สุดที่รู้จักกันมาเป็นเวลา 200 ปี โดยที่ดาวเคราะห์น้อยขนาดใหญ่สุดค้นพบใหม่ อยู่ในแถบตำแหน่งเรียกแถบคอยเปอร์ (Kuiper belt) ในขณะที่ดาวเคราะห์น้อยดวงใหญ่ที่สุดดวงเก่า อยู่ในแถบที่รู้จักและเรียกกันตลอดมาเป็น แถบดาวเคราะห์น้อย (asteroid belt) ซึ่งอยู่ระหว่างดาวอังคารกับดาวพฤหสบดี

ชื่อภาษาอังกฤษของดาวเคราะห์น้อย มีที่มาและความหมายเกี่ยวข้องกับลักษณะและความเข้าใจของนักดาราศาสตร์ เกี่ยวกับดาวเคราะห์น้อยว่าเป็นอะไร

ดาวเคราะห์น้อยดวงแรกสุดที่ถูกค้นพบคือ เซเรส (Ceres) ถูกค้นพบโดยนักดาราศาสตร์ชาวอิตาเลี่ยนชื่อ Giuseppe Piazzi ปี ค.ศ.1801 ดาวเคราะห์น้อยดวงที่ 2 ที่ถูกค้นพบคือ พอลลาส (Pallas) ในปี ค.ศ.1802 โดย H.W.M. Olbers

asteroid เป็นชื่อเรียกดาวเคราะห์น้อยชื่อแรก ตั้งโดย วิลเลียม เฮอร์เซล (William Herschel) ผู้ค้นพบดาวเคราะห์ยูเรนัสในปี ค.ศ.1802 จากคำภาษากรีก aster แปลว่า star (ดาวฤกษ์) กับคำต่อท้าย oeides แปลว่า "มีลักษณะเหมือน" รวมแล้ว asteroid แปลว่า starlike คือ "เหมือนดาวฤกษ์" ทั้งนี้ก็สืบเนื่องจากลักษณะของดาวเคราะห์น้อยที่ถูกค้นพบเป็นครั้งแรกนั้นจะปรากฏคล้ายดาวฤกษ์ มากกว่าจะเป็นดาวเคราะห์

อย่างไรก็ตามเมื่อมีการค้นพบดาวเคราะห์น้อยเพิ่มขึ้นอีกหลายดวง และมีข้อมูลความรู้เกี่ยวกับดาวเคราะห์น้อยเพิ่มมากขึ้น จึงมีการใช้คำ planetoid แปลว่า "เหมือนดาวเคราะห์" ขึ้นมาแข่งกับ asteroid แล้วต่อมาเมื่อยิ่งปรากฏข้อมูลแน่ชัดขึ้นอีกว่า สิ่งที่เรียกว่าเป็น asteroid กับ planetoid นั้นจริงๆ แล้วก็เป็นดาวเคราะห์ดังเช่นดาวเคราะห์ดวงอื่นๆ ที่รู้จักกันในระบบสุริยะ มิใช่เป็นสิ่งที่ "เหมือนดาวเคราะห์" ความแตกต่างมีเพียงว่า ดาวเคราะห์น้อยมีขนาดเล็กกว่าดาวเคราะห์ทั่วๆ ไป จึงมีการใช้คำ minor planet ขึ้นมาแข่งกับ asteroid และ planetoid

มาถึงทุกวันนี้ คำ minor planet เป็นคำที่ยอมรับกันในวงการดาราศาสตร์โลกว่า เหมาะสมที่สุด แต่โดยทั่วๆ ไป จะยังนิยมคำ asteroid มากที่สุด planetoid รองลงมา สำหรับภาษาไทย โชคดีที่มีอยู่คำเดียวคือ "ดาวเคราะห์น้อย" ซึ่งตรงกับ minor planet นั่นเอง

สำหรับข้อมูลความรู้เกี่ยวกับดาวเคราะห์น้อยถึงล่าสุด (ต้นปี ค.ศ.2002) สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปคือตำแหน่งที่อยู่ของดาวเคราะห์น้อยในระบบสุริยะ ซึ่งตามความรู้เดิม จะอยู่ในแถบดาวเคราะห์น้อยระหว่างดาวอังคารกับดาวพฤหสบดีเป็นหลัก โดยมีดาวเคราะห์น้อยจำนวนหนึ่ง โคจรแตกฝูงเฉียดเข้ามาใกล้โลก...

สำหรับตำแหน่งที่อยู่ของดาวเคราะห์น้อยตามข้อมูลความรู้ใหม่ พบว่ามีดาวเคราะห์น้อยจำนวนหนึ่งโคจรอยู่ในแถบคอยเปอร์ ระหว่างดาวพลูโตกับแถบถิ่นที่อยู่ของดาวหางส่วนใหญ่ในระบบสุริยะเรียก เมฆอ็อร์ต (Oort cloud)

จำนวนดาวเคราะห์น้อยในแถบดาวเคราะห์น้อยระหว่างดาวอังคารกับดาวพฤหสบดี คาดว่าจะมีอยู่ประมาณครึ่งล้านดวงที่มีขนาดประมาณ 1 กิโลเมตรขึ้นไป แต่ถูกค้นพบและมีชื่อแล้วประมาณ 1 หมื่นดวงเศษ โดยที่เซเรสมีขนาดใหญ่สุด คือเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 930 กิโลเมตร

เมื่อกรกฎาคม ค.ศ.2001 มีการค้นพบดาวเคราะห์น้อย ได้รับการตั้งชื่อเป็น 2001 KX76 อยู่ในแถบคอยเปอร์ มีขนาดระหว่าง 960-1,270 กิโลเมตร ซึ่งใหญ่กว่าเซเรส ทำให้เซเรสเสียตำแหน่งดาวเคราะห์น้อยขนาดใหญ่ที่สุดในระบบสุริยะไป...

แต่เซเรสก็ยังเป็นดาวเคราะห์น้อยมีขนาดใหญ่ที่สุดในแถบดาวเคราะห์น้อยเดิม ส่วน 2001 KX76 คาดกันว่า จะครองตำแหน่งดาวเคราะห์น้อยขนาดใหญ่ที่สุดในแถบคอยเปอร์ไปไม่นาน เพราะมีการค้นพบใหม่ๆ เกิดขึ้นบ่อยในปัจจุบันเกี่ยวกับแถบคอยเปอร์

เครื่องมือส่วนตัว