Albedo
จาก Thailand Science and Technology Wikipedia
Albedo
albedo (อัลบีโด) มีรากศัพท์จากคำภาษาละติน albus แปลว่า white (ขาว) หรือ whiteness (ความขาวหรือความสว่าง)
ในทางดาราศาสตร์ อัลบีโด เป็นค่าแสดงสภาพการสะท้อนกลับ (reflectivity) หรือกำลังการสะท้อนกลับ (reflecting power) ของดาวเคราะห์ ดวงจันทร์บริวารของดาวเคราะห์ และวัตถุที่ไม่มีแสงสว่างในตัวเองในระบบสุริยะ สิ่งที่สะท้อนกลับคือแสงอาทิตย์
ค่าของอัลบีโดของดาวเคราะห์ดวงหนึ่งๆ จะขึ้นอยู่กับสภาพและองค์ประกอบของดาวเคราะห์ดวงนั้นๆ ดาวเคราะห์ที่มีบรรยากาศหนาแน่นน้อยกว่ายิ่งดาวเคราะห์ที่ไม่มีบรรยากาศห่อหุ้มเลย เช่นดาวพุธ หรือดวงจันทร์ของโลกเราซึ่งก็ไม่มีบรรยากาศห่อหุ้ม ก็จะยิ่งมีค่าของอัลบีโดน้อยกว่าดาวเคราะห์มีบรรยากาศห่อหุ้ม ที่มีสภาพพื้นผิวคล้ายคลึงกัน
ดังนั้นค่าอัลบีโดเปรียบเทียบของดาวเคราะห์ดังเช่นดาวศุกร์ซึ่งมีบรรยากาศหนาแน่นมาก กับดาวอังคารซึ่งมีบรรยากาศหนาแน่นน้อยกว่าของดาวศุกร์ กับดาวพุธซึ่งไม่มีบรรยากาศ และเป็นดาวเคราะห์มีสภาพพื้นผิวเป็นพื้นดินแข็งคล้ายคลึงกันทั้งสามดวง ก็จะเรียงลำดับจากค่าอัลบีโดสูงสุดของดาวศุกร์ ค่าอัลบีโดลดต่ำลงของดาวอังคาร และค่าอัลบิโดต่ำสุดของดาวพุธ
ค่าของอัลบีโดที่ใช้กันในวงการดาราศาสตร์ปัจจุบัน มีบอกเป็นเปอร์เซนต์หรือเป็นค่าตัวเลขจากต่ำสุดคือ 0(ศูนย์) ถึงสูงสุดเป็น 1 โดยเปรียบเทียบกับปริมาณของแสงที่สะท้อนกลับจากวัตถุที่สะท้อนได้มากที่สุด ดังเช่นกระจกเงา เป็น 100% หรือ 1 ที่สะท้อนกลับจากกระจกที่ฉาบปรอทไม่เต็ม คือปล่อยให้แสงทะลุผ่านได้ระดับหนึ่ง เป็นเปอร์เซนต์หรือจากตัวเลขลดต่ำลงจาก 1 และที่ไม่สะท้อนกลับเลย เหมือนกับกรณีของแสงที่ตกสู่พื้นผิววัตถุดำสนิท ดูดกลืนแสงที่ตกกระทบทั้งหมดเอาไว้ ก็จะมีค่าอัลบีโดต่ำสุดเป็น 0(ศูนย์)% หรือมีค่าอัลบีโดเป็น 0(ศูนย์)
สำหรับดาวเคราะห์ทั้งเก้าดวงในระบบสุริยะและดวงจันทร์ของดาวเคราะห์โลก มีค่าอัลบีโดดังต่อไปนี้ (ข้อมูลล่าสุดถึงปี ค.ศ.2001) ดาวเคราะห์ อัลบิโด (%) พุธ 11 ศุกร์ 65 โลก 37 อังคาร 15 พฤหสบดี 52 เสาร์ 47 ยูรนัส 51 เนปจูน 41 พลูโต 55 ดวงจันทร์(ของโลก) 7
อัลบิโดมีประโยชน์ในการศึกษาสภาพและองค์ประกอบผิวนอกของดาวเคราะห์ ดวงจันทร์บริวารของดาวเคราะห์ และวัตถุอื่นๆ ในระบบสุริยะ ถึงแม้ข้อมูลที่ได้จะไม่ละเอียดหรือถูกต้องเท่าการส่งยานสำรวจอวกาศไปศึกษาดาวเคราะห์หรือวัตถุอื่นๆ ในระบบสุริยะโดยตรง
ตัวอย่างเช่นกรณีของดาวพุธ เนื่องจากวงการดาราศาสตร์มีข้อมูลที่แม่นยำสำหรับตำแหน่งของดาวพุธทุกขณะเวลาเปรียบเทียบกับโลก ดังนั้นจากค่าความสว่างที่ดาวพุธปรากฏต่อโลก นักวิทยาศาสตร์ก็สามารถคำนวณหาค่าอัลบิโดของดาวพุธได้ แล้วโดยการเปรียบเทียบกับค่าอัลบิโดของวัตถุบนโลกและของดวงจันทร์ นักวิทยาศาสตร์ก็จะบอกสภาพและองค์ประกอบอย่างหยาบๆ ของดาวพุธได้
จากตารางค่าของอัลบิโด จะเห็นว่าดาวพลูโตมีค่าอัลบิโดสูง 55% ทั้งๆ ที่ดาวพลูโตมีบรรยากาศน้อยมาก แสดงว่าพื้นผิวของดาวพลูโตมีสภาพที่สะท้อนแสงอาทิตย์ได้ดีมาก และมีสภาพพื้นผิวที่แตกต่างจากดาวพุธ (ซึ่งก็ไม่มีบรรยากาศเช่นกัน)มาก
นักคณิตศาสตร์ชาวเยอรมันชื่อ โจฮานน์ ไฮน์ริช แลมเบิร์ต (Johann Heinrich Lambert) มีชีวิตอยู่ระหว่าง ค.ศ.1728-1777 เป็นผู้ให้กำเนิดและใช้คำ albedo ในความหมายเกี่ยวกับการสะท้อนแสงของวัตถุที่ใช้กันมากในวงการดาราศาสตร์ปัจจุบัน จากหนังสือสรุปผลงานการศึกษาเกี่ยวกับการสะท้อนแสงของวัตถุที่เขาสนใจ...
หนังสือเล่มนั้นตีพิมพ์ปี ค.ศ.1760 และเขียนเป็นภาษาละติน

