10 ปรากฏการณ์ประหลาดจากเหตุุ"โลกร้อน"

จาก Thailand Science and Technology Wikipedia

ข้ามไปที่: นำทาง, ค้นหา

เนื้อหา

สารภูมิแพ้ระบาด

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ประเทศสหรัฐอเมริกาเกิดเหตุการณ์ประหลาดขึ้นทุกๆ ช่วงฤดูใบไม้ผลิ นั่นคือ ประชาชน ไอ จาม เป็นภูมิแพ้ และหอบหืดกันง่ายและบ่อยขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุ จากการศึกษาพบว่า วิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปกับสภาพมลพิษในอากาศ เป็นสาเหตุสำคัญของอาการดังกล่าว อย่างไรก็ตาม งานวิจัยใหม่ๆ ชี้ให้เห็นว่า วิกฤตอุหภูมิโลกร้อนขึ้นและมีระดับแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ในอากาศมากขึ้น คือต้นเหตุทำให้พืชพรรณต่างๆ ผลิใบเร็วกว่าเดิม ขณะเดียวกันละอองเกสร ที่ฟุ้งกระจายไปตามอากาศก็มากขึ้นเช่นกัน คนที่เป็นภูมิแพ้หรือหอบหืดเมื่อสูดละอองเหล่านี้เข้าไปมากๆ อาการจึงกำเริบง่าย

สัตว์อพยพไร้ที่อยู่

ผลกระทบจากปัญหาโลกร้อน ทำให้สัตว์บางชนิด เช่น กระรอก ตัวชิปมังก์ หรือแม้กระทั่งหนู ต้องอพยพหนีขึ้นไปอยู่บนที่สูงขึ้น สัตว์ที่กำลังเผชิญปัญหา ใหม่ ได้แก่ หมีขั้วโลกที่ในอนาคตอาจมีชีวิตอยู่ในถิ่นฐานเดิมแถบอาร์กติกขั้วโลกเหนือไม่ได้ เนื่องจากธารน้ำแข็งละลายอย่างรวดเร็ว

"พืช" ขั้วโลกคืนชีพ

ผลจากภาวะน้ำแข็งขั้วโลกละลายเพราะโลกร้อน ส่งผลต่อการดำรงอยู่ของพืชและสัตว์จำนวนมาก ตามปกติพืชแถบอาร์กติกจะถูกปกคลุมอยู่ในน้ำแข็ง ตลอดทั้งปี แต่ปัจจุบันเมื่อน้ำแข็งละลายมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในช่วงก่อนฤดูใบไม้ผลิ ทำให้พืชที่เคยถูกห่อหุ้มด้วยน้ำแข็งกลายเป็นอิสระ สามารถเริ่มกระบวนการ สังเคราะห์แสงและกลับมาเติบโตขึ้นอีกครั้ง กลายเป็น ปรากฏการณ์ใหม่ของพื้นที่ขั้วโลกเหนือ

ทะเลสาบหายสาบสูญ

มีงานวิจัยชี้ให้เห็นว่า ในช่วง 20 - 30 ปีที่ผ่านมา ทะเลสาบประมาณ 125 แห่งได้หายสาบสูญไปจากเขตอาร์กติก เป็นสัญญาณหนึ่งที่ช่วยให้เห็นว่า ภัยโลก ร้อนส่งผลกระทบเร็วมากต่อสภาพแวดล้อมแถบขั้วโลก สาเหตุที่ทะเลสาบหายไปก็เพราะ "เพอร์มาฟรอส" ท่เป็นน้ำแข็ง แข็งตัวอยู่ใต้ทะเลสาบนั้นละลายหมดสิ้นไป ดังนั้น น้ำในทะเลสาบจึงซึมเข้าสู่พื้นดินข้างใต้ได้ เหมือนกับเวลาเราดึงจุกปิดน้ำออกจากอ่างอาบน้ำแล้วน้ำจึงไหลหมดไปจากอ่างนั่นเอง นอกจากนี้ การที่ทะเลสาบขั้ว โลกหายไป ยังส่งผลเป็นลูกโซ่ไปถึงระบบนิเวศในพื้นที่ที่พึ่งพิงน้ำจากทะเลสาบอีกด้วย

น้ำแข็งใต้พื้นโลกละลาย

ภาวะโลกร้อนไม่เพียงแค่ทำให้ธารน้ำแข็งขั้วโลกละลายอย่างต่อเนื่องเท่านั้น แต่ยังส่งผลให้ชั้นน้ำแข็งถาวรที่มีอยู่ใต้พื้นโลกค่อยๆ ละลายลดปริมาณลงไป เช่นกัน ผลลัพธ์ที่อาจเกิดขึ้นตามมาในอนาคตก็คือ จุดใต้พื้นโลก ซึ่งเคยเป็นน้ำแข็งหายไปจนเกิดเป็นรูรั่วใต้ดินขึ้นมา เมื่อเป็นเช่นนี้สภาพภูมิศาสตร์ในพื้นที่ย่อม เปลี่ยนไปสิ่งปลูกสร้างหรือสิ่งก่อสร้างของมนุษย์ เช่น ทางรถไฟ ถนน บ้านเรือน ฯลฯ ซึ่งตั้งอยู่เหนือจุดดังกล่าวมีโอกาสได้รับความเสียหายตามไปด้วย ถ้า ปรากฏการณ์น้ำแข็งละลายขึ้นบนที่สูง เช่น ภูเขา จะก่อให้เกิดภัยธรรมชาติตามมา อาทิ หินถล่มและโคลนถล่ม เป็นต้น

ชนวนเกิดไฟป่า

นักวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่ยืนยันตรงกันทั่วโลกว่าภัยโลกร้อนเป็นสาเหตุให้ธารน้ำแข็งละลายและพายุก่อตัวบ่อยและรุนแรงขึ้นกว่าในอดีต ยิ่งไปกว่านั้น ภาวะ โลกร้อนยังเป็นอัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดไฟป่าได้ง่ายขึ้นหลายประเทศทั่วโลก และชาติเมืองหนาวในซีกโลกตะวันตกซึ่งตามปกติไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องไฟป่าก็เริ่มรู้สึกถึง ความเปลี่ยนแปลงนี้ เหตุเพราะสภาพป่าแห้งกว่าเดิม จึงเป็นเชื้อไฟอย่างดี

ผู้แข็งแกร่งเท่านั้นถึงอยู่รอด

โลกร้อนส่งผลให้หน้าหนาวสั้นลง และหน้าร้อนมาถึงเร็วขึ้น บรรดานกอพยพหลายสายพันธุ์ต่างมึนงงปรับนาฬิกาชีวภาพในตัวของมันให้เข้ากับสภาพความ ผันแปรของฤดูของฤดูกาลที่บิดเบี้ยวไปไม่ทัน สัตว์ที่จะเอาชีวิตรอดจากสภาพภูมิอากาศแปรปรวนในทุกวันนี้ได้ต้องเป็นสายพันธุ์ที่แข็งแกร่งที่สุดเท่านั้น ในที่สุด สัตว์ที่อยู่รอดจะต้องกลายพันธุ์หรือปรับพันธุกรรมในตัวมันเสียใหม่ เพื่อรับมือภัยโลกร้อนให้ได้ และมีสัตว์หลายชนิดกำลังวิวัฒนาการตัวเองเช่นนั้นอยู่

ดาวเทียมโคจรเร็วกว่าเดิม

การปล่อยแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์จากโรงงานอุตสาหกรรม โรงไฟฟ้าถ่านหิน ยวดยานพาหนะ ฯลฯ คือตัวการสำคัญของวิกฤติโลกร้อน ล่าสุดพบว่าแก๊สตัว เดียวกันนี้เองที่ขึ้นไปในชั้นบรรยากาศโลกเป็นต้นเหตุทำให้ดาวเทียมที่อยู่ในวงโคจรโลกเคลื่อนที่เร็วกว่าเดิม ตามปกติ อากาศในบรรยากาศชั้นนอกสุดของโลกจะ เบาบาง แต่โมเลกุลของอากาศจะยังคงมีแรงดึงดูดมากพอในการทำให้ดาวเทียมโคจรช้าๆ ดังนั้น เราอาจเคยได้ยินข่าวกันมาบ้างว่า ผู้ควบคุมต้องจุดระเบิดดาวเทียม เป็นระยะๆ เพื่อให้ดาวเทียมโคจรต่อไปอย่างถูกต้อง อย่างไรก็ตาม เมื่อคาร์บอนไดออกไซด์ลอยไปสะสมในบรรยากาศชั้นล่างมากไป จะทำให้แรงดึงดูดของ บรรยากาศชั้นนอกสุดลดกำลังลง ดาวเทียมจึงโคจรเร็วกว่าปกติ

ภูเขากระเด้งตัวเหนือพื้นโลก

ภูเขาและเทือกเขาสูงหลายแห่งทั่วโลกกำลังขยายตัวสูงขึ้น เพราะผลจากโลกร้อนเป็นเพราะตามธรรมชาติที่ผ่านๆ มานับพันปี ยอดภูเขาในเขตหนาวเย็น โดยทั่วไปจะมีน้ำแข็งปกคลุมอยู่ทำหน้าที่เป็นเหมือนกับตุ้มน้ำหนักที่กดจมดินลงไปจะค่อยๆ กระเด้งคืนตัวกลับมาเหนือพื้นผิวโลกอีกครั้ง

โบราณสถานเสียหาย

โบราณสถาน เมืองเก่าแก่ ซากปรักหักพังทางประวัติศาสตร์ ฯลฯ อันเป็นสิ่งแสดงถึงวัฒนธรรมอันรุ่งเรืองของมนุษย์ในอดีตได้รับผลกระทบจากโลกร้อน เพราะอากาศทั่วโลกแปรปรวน ทั้งเกิดพายุ น้ำท่วม ภัยแล้ง ระดับน้ำทะเลเพิ่มสูง และล้วนแต่ยิ่งสร้างความเสียหายให้กับมรดกตกทอดทางประวัติศาสตร์ดังกล่าว ซึ่งมี สภาพทรุดโทรมอยู่แล้ว โบราณสถานอายุ 600 ปีในจังหวัดสุโขทัยของประเทศไทยเรา ก็เคยเสียหายอย่างหนัก เพราะภัยน้ำท่วมใหญ่ ซึ่งเป็นผลจากภัยโลกร้อนเช่น กัน

อ้างอิง

หนังสือส่งเสริมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ : เทคโนโลยีอวกาศ,ศูนย์วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อสังคม สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่่งชาติ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

เครื่องมือส่วนตัว