โครงการ "I-MO" พาหนะส่วนบุคคล 2 ล้อฝีมือคนไทย
จาก Thailand Science and Technology Wikipedia
เนื้อหา |
หน่วยงานเจ้าของผลงาน
สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สนช.)
ชื่อของผลงาน
โครงการ “I-MO” พาหนะส่วนบุคคล 2 ล้อฝีมือคนไทย “I-MO” Two Wheeled Personal Vehicles
ผู้ผลิตผลงาน
- บริษัท ไอ-โมบิลิตี้ จำกัด
รายละเอียดผลงาน
1.ความเป็นมา ลักษณะการดำเนินงานและเทคโนโลยีที่ใช้
ปัจจุบันความก้าวล้ำของเทคโนโลยีทำให้มีการผลิตสินค้าที่มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น ความก้าวหน้าของยานพาหนะก็เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นรถไฮบริด ที่ผลิตไฟฟ้าระหว่างการเบรคของรถให้กลับมาเป็นพลังงานที่ใช้ในยามขับขี่จากตัวอย่างนี้ใช้ความก้าวหน้าของเทคโนโลยี ระบบควบคุม ระบบไฟฟ้า และระบบเครื่องกลมาผสมผสานกันอย่างลงตัว ความก้าวหน้าทางวิศวกรรมทำให้เกิดผลิตภัณฑ์ที่แตกต่างกับอดีตที่ผ่านมา เดิมหากต้องการเดินทางในระยะใกล้ อาจใช้การเดินด้วยเท้าหรือขี่จักรยานไป แต่หากมีพาหนะที่สะอาดไม่ปล่อยมลพิษ แต่สะดวกรวดเร็ว น้ำหนักเบาและขับขี่ง่าย ย่อมมีโอกาสทางธุรกิจที่เด่นชัด
สนช. ได้ให้การสนับสนุน บริษัท ไอ-โมบิลิตี้ จำกัด ในโครงการ “แปลงเทคโนโลยีเป็นทุน” เพื่อทำการผลิต “I-MO” พาหนะส่วนบุคคล 2 ล้อฝีมือคนไทย โดยมีมูลค่าการลงทุน ในธุรกิจ 680,000 บาท นับเป็นนวัตกรรมระดับประเทศด้านผลิตภัณฑ์ยานพาหนะสองล้อ ทรงตัวเองอัตโนมัติ วัดความเอียงด้วยเซนเซอร์ควบคุมและสั่งการด้วยระบบคอมพิวเตอร์ฝังตัว ส่งคำสั่งไปยังมอเตอร์ที่ล้อทั้งสอง ทำให้รับรู้คำสั่งการเคลื่อนที่ของผู้ขับขี่ด้วยการโน้มตัวไปด้านหน้าเพื่อเร่งความเร็วและโน้มตัวไปด้านหลังเพื่อหยุดรถ ใช้แหล่งพลังงานจากแบตเตอรี่ที่ซ่อนไว้ใต้ฐานของรถ สามารถขับขี่ได้ระยะทาง 30 กม. ต่อการประจุไฟฟ้า 1 ครั้ง วัสดุที่ใช้เป็นอลูมิเนียมออกแบบตามหลักวิศวกรรมจึงมีน้ำหนักเพียง 25 กิโลกรัม สามารถยกขึ้นใส่ท้ายรถอย่างไม่ลำบาก
2.ผลการดำเนินงานหรือผลิตภัณฑ์ (Output)
ผลการดำเนินงานหรือผลิตภัณฑ์ (Output) รวมทั้งผลลัพธ์ (Outcome) หรือผลกระทบ (Impact) ในเชิงเศรษฐกิจ สังคม การศึกษา เศรษฐกิจชุมชน ผู้ด้อยโอกาส ฯลฯ รวมทั้งกลุ่มเป้าหมายที่ได้รับประโยชน์หรือได้รับบริการ หลังจากที่ได้พัฒนารถต้นแบบและได้จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวไปแล้วนั้น บริษัท ไอ-โมบิลิตี้ จำกัด เล็งเห็นโอกาสในการดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่าย “I-MO” โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือผู้มีกำลังซื้อสูง เจ้าของโรงงานที่ใช้เพื่อตรวจงานหรือใช้เพื่อขับขี่พักผ่อนในสวนสาธารณะและหมู่บ้านขนาดใหญ่ อาจใช้ในงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ให้คนนำเสนอขับรถนี้เข้ามาเพื่อดึงความสนใจก็ได้เช่นเดียวกัน ตั้งเป้าไว้ที่ในปี 2552 จะจำหน่ายประมาณ 30 คัน
3.การดำเนินงานในอนาคตของโครงการ/ผลงาน
แม้ว่าในช่วงเริ่มต้นอาจมียอดขายไม่มากนัก ด้วยความโดดเด่นด้านเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้น จึงขากต่อการที่ผู้พัฒนารายใหม่จะเข้ามาแข่งขัน คาดว่าในปีแรกจะเกิดรายได้ประมาณ 30 ล้านบาท และจะขยายตัวต่อเนื่องด้วยจุดขายที่ใช้พลังงานสะอาด ไม่มีการปลดปล่อยมลภาวะ และมีความโดดเด่นด้านการใช้งาน ด้วยราคาจำหน่ายที่ไม่สุงมากจึงคาดว่าจะทำให้เกิดธุรกิจนวัตกรรมได้อย่างเข้มแข็ง
อ้างอิง
กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี.(2552).30 ปี แคตตาล็อกผลงานเด่นกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี.กรุงเทพฯ : กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

