โครงการ "เค.ยู.แวกซ์" สารชีวภาพเคลือบผิวผลไม้
จาก Thailand Science and Technology Wikipedia
เนื้อหา |
หน่วยงานเจ้าของผลงาน
สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สนช.)
ชื่อของผลงาน
โครงการ “เค.ยู. แวกซ์” สารชีวภาพเคลือบผิวผลไม้ “KU WAX” Bio-Compound for Fruit Coating
ผู้ผลิตผลงาน
ห้างหุ้นส่วนจำกัด เค.ยู. แวกซ์
รายละเอียดผลงาน
1.ความเป็นมา ลักษณะการดำเนินงานและเทคโนโลยีที่ใช้
สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สนช.) ได้ให้ความสำคัญกับการสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ และเพิ่มการแข่งขันในตลาดโลก โดยเฉพาะการจัดการหลังการเก็บเกี่ยวผลไม้ จึงได้ริเริ่มพัฒนาโครงการสารชีวภาพเคลือบผิวผลไม้ KU WAX เพื่อยืดอายุการเก็บเกี่ยวผลไม้ ช่วยลดการสูญเสียน้ำหนักจากการคายน้ำและลดการหายใจของผลไม้ รวมทั้งสามารถเพิ่มความมันเงาของผิวผลไม้ โครงการดังกล่าวเกิดจากความร่วมมือของห้างหุ้นส่วนจำกัด เค.ยู. แวกซ์ และ รศ.ดร.อนุวัฒน์ แจ้งชัด ภาควิชาพัฒนาผลิตภัณฑ์ คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งเป็นตัวอย่างของการพัฒนาธุรกิจฐานความรู้
โครงการนี้ สนช. ให้การสนับสนุนในโครงการ “แปลงเทคโนโลยีเป็นทุน” โดยธุรกิจมีมูลค่าการลงทุน 1,545,000 บาท เป็นนวัตกรรมระดับประเทศด้านผลิตภัณฑ์สารเคลือบผิวผลไม้สดครั้งแรกของประเทศไทย โดยผลิตจากยาง จากคลั่งและสารช่วยเพิ่มความคงตัว และใช้เทคโนโลยีอิมัลชั่นในการผสมเพื่อให้ส่วนประกอบมีความหนืด และมีความคงตัวที่เหมาะสม ไม่แยกชั้นในระหว่างการเก็บรักษา มีคุณสมบัติเป็นเยื่อ เลือกผ่านสำหรับก๊าซและไอน้ำ ทำให้ช่วยลดการสูญเสียน้ำหนักจากการคายน้ำและลดการหายใจของผลไม้ รวมทั้งเพิ่มความมันเงาของผิวผลไม้
2.ผลการดำเนินงานหรือผลิตภัณฑ์ (Output)
ผลการดำเนินงานหรือผลิตภัณฑ์ (Output) รวมทั้งผลลัพธ์ (Outcome) หรือผลกระทบ (Impact) ในเชิงเศรษฐกิจ สังคม การศึกษา เศรษฐกิจชุมชน ผู้ด้อยโอกาส ฯลฯ รวมทั้งกลุ่มเป้าหมายที่ได้รับประโยชน์หรือได้รับบริการ
หจก. เค.ยู. แวกซ์ เป็นบริษัทขยายมาจากฐานธุรกิจเดิมที่เกี่ยวกับการจำหน่ายสารเคมีในอาหาร ดังนั้น จึงมีความชำนาญ มีความรู้ และวิสัยทัศน์ นอกจากนี้บริษัทยังมีองค์ความรู้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์สารชีวภาพเคลือบผิวผลไม้ให้เหมาะสมกับผลไม้แต่ละชนิดได้ ซึ่งในการดำเนินการในปัจจุบันได้มีการแจกตัวอย่างให้กับเกษตรกรหรือโรงงานผลิตส้มส่งออกไปยังต่างประเทศแล้วกว่า 1,000 ลิตร เพื่อทดสอบตลาดและแนะนำสินค้าคาดว่าในปี 2552 จะสามารถเจาะตลาดผลไม้ เช่น ส้มโอ มะม่วง และมะยงชิด โดยจัดจำหน่ายในประเทศราคา 150 บาท/ลิตร และมีเป้าหมายส่งออกจำหน่ายในราคา 400 บาท/ลิตร
3.การดำเนินงานในอนาคตของโครงการ/ผลงาน
ในปัจจุบันผลิตภัณฑ์สารเคลือบผิวผลไม้สดที่มีใช้อยู่ในประเทศทั้งหมดนำเข้าจากต่างประเทศ ซึ่งมีราคาขายปลีกในประเทศตั้งแต่ 150-300 บาท/ลิตร ขึ้นอยู่กับคุณภาพและประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ ในขณะที่ปี 2550 ประเทศไทยมีผลผลิตส้ม 760,000 ตัน ส่งออก 13,000 ตัน ผลผลิตส้มโอ 300,000 ตัน ส่งออก 10,000 ตัน ซึ่งส้มและส้มโอเป็นผลไม้ที่มีสารเคลือบผิวผลไม้สดมากที่สุด โดยนอกจากจะเป็นการลดการนำเข้าสารเคลือบผิวผลไม้สดแล้ว ยังมีโอกาสพัฒนาเป็นสินค้าส่งออกได้อีกด้วย
อ้างอิง
กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี.(2552).30 ปี แคตตาล็อกผลงานเด่นกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี.กรุงเทพฯ : กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

