เทคโนโลยีนิวเคลียร์กับอุตสาหกรรม
จาก Thailand Science and Technology Wikipedia
กว่า 30 ปีแล้วที่เทคโนโลยีนิวเคลียร์ พัฒนาอย่างกว้างไกลและนำไปประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ อย่างกว้างขวาง ทั้งในกระบวนการผลิตโดยตรงและเพื่อสนับสนุนการผลิต
การนำเทคโนโลยีนิวเคลียร์มาใช้ในอุตสาหกรรมไม่เพียงช่วยให้กระบวนการผลิตมีประสิทธิภาพสูงขึ้น แต่ยังช่วยลดต้นทุนในการผลิต รวมถึงประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายที่ผู้ประกอบการต้องเสียไปในการตรวจสอบและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างการผลิตโดยเทคโนโลยีนิวเคลียร์ที่นำมาใช้ในอุตสาหกรรมส่วนใหญ่เป็นการนำสมบัติในการทะลุทะลวงผ่านตัวกลางของรังสีแกมมาและนิวตรอนมาใช้ประโยชน์ เราสามารถแบ่งการใช้ประโยชน์จากรังสีได้เป็น 2 ประเภท คือ
- การใช้ประโยชน์จากต้นกำเนิดรังสีชนิดปิดผนึก (sealed source application) เป็นการใช้รังสีจากต้นกำเนิดรังสีที่บรรจุในแคปซูลอย่างมิดชิด ทำให้ไม่มีการสัมผัสโดยตรงของสารรังสีกับกระบวนการผลิต
- การใช้ประโยชน์จากต้นกำเนิดรังสีชนิดไม่ปิดผนึก (unsealed source application) เป็นการนำต้นกำเนิดรังสีผสมหรือเติมลงไปโดยตรงในสารที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการผลิตไม่ว่าจะเป็นของแข็ง ของเหลว หรือแก๊สโดยเราอาจเรียกต้นกำเนิดรังสีที่เติมลงไปนั้นว่า "รังสีติดตาม" (tracer)
รังสีติดตามมีใช้ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ มานานแล้ว แต่มักจะเป็นสารเคมี สีหรือสารเรืองแสงต่าง ๆ สารเหล่านี้มักจะมีกรรมวิธีการตรวจวัดที่ยุ่งยาก ค่าใช้จ่ายสูง ในที่สุดจึงได้ประยุกต์นำสารรังสีมาใช้แทน เนื่องจากสามารถเลือกชนิดของสารติดตามที่มีสมบัติเหมือนสารที่ต้องการศึกษาได้ ไม่ถูกรบกวนจากสารอื่น ๆ ที่ไม่ใช่สารรังสีในระบบการผลิต ตรวจวัดได้ง่าย และสามารถตรวจวัดได้โดยไม่ต้องหยุดกระบวนการผลิต ตัวอย่างการใช้สารรังสีเพื่อเป็นตัวติดตามในอุตสาหกรรมได้แก่ การศึกษาการไหลของของไหล (flow study) การศึกษาการผสม (mixing or blending study) การวัดปริมาตร (volume measurement)
อ้างอิง
สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ อะตอมเพื่อนนักธุรกิจ กรุงเทพฯ:สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ,2551

