เทคโนโลยีการศึกษา : ปรัชญาและหลักการ

จาก Thailand Science and Technology Wikipedia

ข้ามไปที่: นำทาง, ค้นหา

โลกทุกวันนี้ก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็วยิ่ง ถ้าคนรุ่นคุณปู่ของเรามีชีวิตอยู่ยืนยาวถึงป่านนี้คงจะตื่นเต้นตกใจไม่น้อยที่วิถีชีวิตที่เคยดำเนินไปอย่างเชื่องช้ากลับกลายเป็นความรวดเร็วฉับไว ใครมัวเชื่องช้าอยู่ก็จะถูกทอดทิ้งไว้เบื้องหลัง ในขณะเดียวกันมนุษย์บนโลกของเราก็เพิ่มรวดเร็วด้วยกัน เพียงไม่กี่ปีเท่านั้นประชากรโลกเพิ่มรวดเร็วด้วยเช่นกัน เพียงไม่กี่ปีเท่านั้นประชากรโลกเพิ่มขึ้นหลายพันล้านทำให้อาหารที่เคยมีพอก็กลับขาดแคลน ยิ่งโลกถูกคุกคามจากภัยพิบัติทั้งจากธรรมชาติเองและจากน้ำมือมนุษย์ด้วยแล้วยื่งทำให้มนุษย์ประสบกับความยากจนและขาดแคลนอาหารมากยิ่งขึ้น ไม่ต้องดูอื่นไกลแม้แต่ในประเทศผู้ผลิตอาหารเลี้ยงโลกอย่างประเทศไทยยังมีเด็กที่ขาดแคลนอาหารอีกมากมายไม่น่าเชื่อ

ในท่ามกลางความผันผวนขัดแย้งนานัปการบนโลกทางหนึ่ง เทคโนโลยีก้าวหน้าไปมากจนกระทั่งนายแพทย์สามารถเปลี่ยนหัวใจมนุษย์ได้ แต่อีกด้านหนึ่งพลโลกกลับล้มตายเป็นเบือจากสงครามระหว่างเผ่าพันธุ์ ในทางหนึ่งมนุษย์มีเทคโนโลยีที่จะสร้างพลิกผันทะเลทรายให้เป็นสวนเกษตรได้ แต่อีกด้านหนึ่งมนุษย์จำนวนมากกำลังตัดป่าไม้เพื่อพลิกความอุดมสมบูรณ์ให้กลายเป็นทะเลทรายที่แห้งแล้ง นักคิดทางด้านสังคมต้องพยายามหาคำตอบว่าเหตุใดจึงเป็นไปเช่นนั้น

คำตอบคงจะมีได้หลายรูปแบบ นักคิดทางศาสนาอาจเห็นว่าความขัดแย้ง การเข่นฆ่าล้างผลาญมนุษย์และทรัพยากรนั้นเป็นเพราะคนเราถูกปิศาจร้ายครอบงำ จึงทำให้ละทิ้งจิตวิญญาณและความรู้สึกผิดชอบชั่วดี แล้วหันไปหาแต่ความสุขความเพลินเพลินทางเนื้อหนัง นักวิชาการสังคมอาจเชื่อว่าการจัดระเบียบสังคมอาจเชื่อว่าการจัดระเบียบสังคมไม่ดีและเพราะผู้บริหารประเทศไม่ใส่ใจต่อปัญหาสังคม จึงทำให้สังคมเลวร้าย นักรัฐศาสตร์เชื่อว่าปัญหาอาจอยู่ในระบบการเมืองรัฐธรรมนูญบกพร่อง หรือการจัดการปกครองไม่ถูกต้องตามครรลองที่ควรจะเป็นนักการศึกษาเชื่อว่า ปัญหานี้มีรากเหง้ามาจากระบบการศึกษาที่พิการไม่เหมาะสม

ไม่ว่าจะเป็นคำตอบใดล้วนมีส่วนถูก ปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้นจริงในทุกวงการ เกิดกับสังคม เกิดกับการเมือง เกิดกับศาสนา เกิดกับการศึกษา แต่ที่แน่นอนที่สุด ปัญหาเหล่านี้กำลังบั่นทอนประเทศชาติอย่างรุนแรงจนกระทั่งหลายๆ คน วิตกว่าประเทศของเราจะมีทางรอดไปได้ละหรือ

ไม่มีคำจำกัดความว่า การที่ประเทศไม่มีทางรอดหมายถึงอะไร และถ้าอยู่รอดหมายถึงอะไร แต่มีความเข้าใจชัดเจนว่าเป็นเรื่องที่สิ้นหวังสำหรับประเทศและสำหรับคนในประเทศ

ปัญหาจริงๆ เวลานี้เกิดขึ้นจนหมักหมน จับต้นชนปลายไม่ถูก บอกไม่ได้ว่าสาเหตุที่แท้อยู่ตรงไหน เพราะไม่ว่าจะจับเรื่องอะไรก็พบแต่ความเน่าเฟะ และปัญหาที่ค้างคามาหลายทศวรรษ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาความยากจน ปัญหาการทำลายทรัพยากรธรรมชาติ ปัญหาโสเภณี ปัญหาแรงงาน ปัญหาความยากจน ฯลฯ

เมื่อจับไม่ถูกก็เห็นจะต้องพยายามเริ่มต้นกันที่สุดที่จุดที่น่าจะเริ่มมากที่สุด คือเรื่มกันที่เยาวชนและการศึกษา เริ่มที่เด็กเพราะเด็กก็เหมือนผ้าสีขาวที่ยังไม่มีใครนำสีมาป้ายให้เปรอะเปรื้อน เริ่มที่การศึกษาก็เพราะนั่นคือสิ่งที่เห็นกันว่าเป็นรากเหง้าของปัญหาทั้งปวง เมื่อคนขาดการศึกษา เมื่อทั้งเด็กและผู้ใหญ่ไม่ใฝ่รู้ เมื่อนักการเมืองไร้การศึกษา ความล่มจมของประเทศชาติก็ปรากฎเป็นเงาให้เห็น

แต่การศึกษาเวลานี้ก็ล้มเหลว เพราะขาดครูบาอาจารย์ที่มีคุณธรรมและความรู้ ความจริงอย่าว่าแต่ครูบาอาจารย์ แม้แต่พระสงฆ์องค์เจ้าที่จะต้องรักษาวินัยยิ่งชีวิตยังประพฤติผิดในกามให้ฉาวโฉ่ไปทั้งเมือง ดูไปแล้วยิ่งทำให้หมดหวังมากขึ้น

ด้วยเหตุนี้ปัญหาจึงมีอยู่ว่าในเมื่อขาดครูบาอาจารย์ทำอย่างไรเราจึงจะจัดการเรียนการสอนให้ผู้เรียนทุกระดับสามารถเรียนรู้เรื่องต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพและทั่วถึง เป็นไปได้ไหมที่จะพลิกประเทศไทยจากขอบเหวของหายนะให้กลายมาเป็นประเทศที่พลเมืองทุกคนมีการศึกษา และมีจิตสำนึกที่จะสร้างประเทศชาติให้รุ่งเรือง

คำตอบเบ็ดเสร็จสำเร็จรูปคงจะไม่มี แต่คำตอบส่วนหนึ่งที่น่าจะเป็นไปได้ก็คือ การใช้เทคโนโลยีการศึกษาเข้าช่วย

เครื่องมือส่วนตัว