เทคโนโลยีการผลิตปุ๋ยหมักแบบไม่พลิกกลับกอง : ระบบกองเติมอากาศ
จาก Thailand Science and Technology Wikipedia
เทคโนโลยีการผลิตปุ๋ยหมักแบบไม่พลิกกลับกอง : ระบบกองเติมอากาศ ปัจจุบันสภาพดินเพื่อการเกษตรกรรมส่วนใหญ่ของประเทศเสื่อมสภาพลงอย่างมาก เนื่องจากมีพื้นที่ขาดอินทรีย์วัตถุ ไม่เหมาะสมในการเพาะปลูกอยู่ถึงร้อยละ 59.5 ของพื้นที่ทั่วประเทศ การปรับปรุงบำรุงดินจึงมีความสำคัญเป็นอย่างมาก การใช้ปุ๋ยหมักเพื่อปรับสภาพดินให้มีระบบนิเวศที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของระบบรากพืชเป็นวิธีการหนึ่งที่มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่องานเกษตรกรรม การส่งเสริมให้เกษตรก่อผลิตปุ๋ยหมักใช้เองมีความสำคัญในระดับนโยบายของประเทศ โดยมีการรณรงค์ให้มีการผลิตและใช้ปุ๋ยอินทรีย์เป็นวาระแห่งชาติ แต่ปุ๋ยหมักกลับไม่เป็นที่นิยม เพราะต้องเสียเวลาและสิ้นเปลืองแรงงานเป็นจำนวนมากในขั้นตอนการพลิกกลับกองปุ๋ย
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ได้สนับสนุนให้ ผศ.ธีระพงษ์ สว่างปัญญางกูร คณะวิศวกรรมและอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตปุ๋ยหมักแบบไม่พริกกองกลับด้วยระบบกองเติมอากาศแก่ชุมชน หน่วยงานท้องถิ่นและผู้สนใจ
- เป็นนวัตกรรมที่ใช้หลักการควบคุมปัจจัยในกองปุ๋ยให้เหมาะสมกับกระบวนการย่อยสายเศษพืชของจุลินทรีย์ชนิดใช้ออกซิเจนให้มากที่สุด
- ใช้หลักการเติมอากาศผ่านท่อพีวีซีขนาด 4 นิ้ว วันละ 2 ครั้งๆ ละ 15 นาที ด้วยพัดลมโบลเวอร์ 15 นิ้ว มอเตอร์ 3 แรงม้า
- วัตถุดิบมีเพียงเศษพืชและมูลโคในสัดส่วน 3 ต่อ 1 โดยปริมาตร
- ลดระยะเวลาการทำปุ๋ยหมักจากปกติ 3-6 เดือนให้เหลือเพียง 1 เดือน
- ลดต้นทุนการผลิตและลดการใช้ปุ๋ยเคมี โดยนำวัตถุดิบเหลือทิ้งทางการเกษตรมาเพิ่มมูลค่า
- ลดมลพิษทางอากาศจากการไม่เผาทำลายเศษพืช
รูปภาพ
ผลงานได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับสองด้านสังคมในการประกวดนวัตกรรมแห่งชาติประจำปี 2549 ผลจากการดำเนินงาน 2547-ปัจจุบัน เผยแพร่ความรู้และถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงาน และสถานศึกษาต่างๆ รวมทั้งเกษตรกรผู้สนใจทั่วไปกว่า 20,000 คน ทำให้ปัจจุบันมีกลุ่มเกษตรกรต่างๆ นำไปใช้แล้วกว่า 446 แห่งทั่วประเทศ ตัวอย่างเช่น
- กลุ่มเกษตรกรผลิตปุ๋ยชีวภาพตราวัวทอง อ.ดอกคำใต้ จ.พะเยา มีการรวมกลุ่มสมาชิกสามารถผลิตปุ๋ยหมักได้ประมาณเดือนละ 50 ตัน มีรายได้ 200,400 บาทต่อเดือน หรือ 2,404,800 บาทต่อปี ลดต้นทุนการซื้อปุ๋ยปีละ 840,000 บาท
- โรงงานบริษัท ซันสวีท จำกัด จ.เชียงใหม่ ใช้เศษข้าโพดผลิตปุ๋ยหมัก โดยปุ๋ยหมักที่ผลิตได้มีราคาจำหน่ายกิโลกรัมละ 5 บาท จากเดิมซึ่งเศษโพดมีราคาเพียงกิโลกรัมละ 0.20 บาท มีมูลค่าเพิ่มจากเดิม 24 เท่า
- กลุ่มเกษตรกรอินทรีย์ บ้านโพธิ์ทองเจริญ อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ มีสามชิก 19 คน สามารถนำปุ๋ยหมักปริมาณมากที่ผลิตได้ทำการเกษตรอินทรีย์ ผลิตพืชผักปลอดสารพิษที่สร้างสุขภาพที่ดีต่อตนเองและชุมชน
- กลุ่มเกษตรอินทรีย์บ้านและพัฒนา อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ มีสมาชิก 23 คน ทำปุ๋ยหมักเฉลี่ยครั้งละ 10.6 ตัน ปุ๋ยหมักที่ผลิตได้ส่วนใหญ่แบ่งกันใช้ภายในกลุ่ม มีรายได้จากการจำหน่ายปุ๋ยหมักเฉลี่ยครั้งละ 8 พันบาท และปัจจุบันได้พัฒนาไปสู่การเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรอินทรีย์ของท้องถิ่น
เพื่อให้เกิดการเผยแพร่เทคโนโลยีดังกล่าวนี้ในวงกว้างมากยิ่งขึ้น ศูนย์วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อสังคมยังจัดทำสื่อเพื่อเผยแพร่เทคโนโลยีทั้งในรูปแบบของหนังสือ คู่มือ และบทเรียนออนไลน์สำหรับนักเรียน นักศึกษา เกษตรกร และผู้ที่สนใจนำไปศึกษาด้วยตนเองอีกทางหนึ่ง สามารถติดต่อสั่งซื้อได้ที่อาคารสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) 111 อุทยานวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทย ถนนพหลโยธิน ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี 12120
E-mail : cyberbookstore@nstda.or.th
Website : http://www.nstda.or.th/cyberbookstore
ติดต่อขอรายละเอียดเพิ่มเติม โปรแกรมการวิจัยพัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาชุมชนและชนบทในถิ่นทุรกันดาร
โทร. 02 564 6700 ต่อ 3448 (ศักดิ์ชัย) e-mail : sakchai@nstda.or.th

