อุปสรรคส่วนบุคคล

จาก Thailand Science and Technology Wikipedia

ข้ามไปที่: นำทาง, ค้นหา

อุปสรรคส่วนบุคคล

ถึงแม้ว่ารัฐบาลไทยและสังคมไทยจะสามารถขจัดอุปสรรคที่ได้กล่าวมาข้างต้นได้หมดแต่ก็ไม่ได้หมายความว่า คนไทยพร้อมที่จะก้าวเข้าสู่สังคมสารสนเทศได้ ทั้งนี้เพราะยังมีอุปสรรคสำคัญอีกประการหนึ่ง นั่นคือ อุปสรรคทางด้านอุปนิสัยส่วนตัวของคนไทยนี่เอง ความจริงเรื่องนี้ได้นำมากล่าวถึงไปมากแล้ว สำหรับในตอนนี้จึงอยากจะยกเอาอุปนิสัยบางอย่างของคนไทยมาวิจารณ์ดูบ้าง

คนไทยมีนิสัยชอบทำอะไรได้โดยอิสระเสรี ไม่อยากให้ใครบังคับ ไม่เคารพกฎเกณฑ์ปฏิบัติ เราจะพบเสมอว่าคนขี่จักรยานยนต์คือ กลุ่มที่พร้อมจะฝ่าไฟสัญญาณจราจร เมื่อเห็นว่าอีกด้านหนึ่งไม่มีรถยนต์แล้ว การแย่งกันขึ้นรถประจำทาง การวางหาบเร่แผงลอยเกะกะท้องถนน การทิ้งขยะสิ่งของไม่เลือกที่ ตลอดจนการตัดไม้ทำลายป่า การบุกรุกป่าชายเลนเป็นตัวอย่างของการไม่ต้องการทำตามกฎหมาย และกฎเกณฑ์ความชอบธรรม

ตรงนี้คือความขัดแย้งระหว่างอุปนิสัยเดิมกับลักษณะความเป็นไปของสังคมสารสนเทศซึ่งนับวันก็จะต้องกำหนดระเบียบและมาตรฐานกลางออกมาใช้กันมากขึ้น

คนไทยจำนวนมากมีนิสัยมักง่าย ทำอะไรไม่ค่อยจะเรียบร้อย การทำงานมักจะรีบร้อนและไม่มีการควบคุมคุณภาพ ตรงนี้ก็ขัดกับลักษณะนิสัยของสังคมสารสนเทศ

คนไทยไม่สามารถควบคุมตนเองได้ จำเป็นจะต้องมีคนคอยควบคุมดูแลแทบจะตลอดเวลา หากไม่ควบคุมก็จะไม่ทำงาน หรือทำแบบชุ่ยๆ ขอไปที อุปนิสัยแบบนี้ไม่เหมาะอย่างยิ่งที่จะปล่อยให้ทำงานที่บ้านแบบที่เรียกว่า Telecommuting เพราะไม่มีทางรับประกันได้เลยว่า จะนั่งทำงานจริง

คนไทยส่วนมากขี้อายไม่ค่อยแสดงออก โดยเฉพาะในการพูดภาษาอังกฤษ เรารู้กันทั่วไปว่า เยาวชนที่จบชั้นมัธยมนั้นพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ แต่เยาวชนเหล่านี้ก็ผ่านการเรียนภาษาอังกฤษมาคนละอย่างน้อยหกปีเมื่อพูดไม่คล่อง แสดงออกไม่ได้ เราจึงเห็นคนไทยที่ไปนั่งประชุมระหว่างประเทศนั่งเป็นบื้อ ไม่พูดไม่จา ไม่แสดงความคิดอ่านใดๆ ซึ่งก็อาจจะไม่มีจริงๆ ก็ได้อีกนั่นแหละ

คนไทยมีนิสัยชอบลักเล็กขโมยน้อย ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่คนหลายคนแสดงความเห็นคัดค้านการตราพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ให้คุ้มครองซอฟต์แวร์ เพราะคนเหล่านี้เห็นว่า การได้ก๊อปปี้ซอฟต์แวร์ของผู้อื่นมาใช้โดยไม่ต้องซื้อ คือความชอบธรรม

เครื่องมือส่วนตัว