อุปสรรคทางวัฒนธรรม
จาก Thailand Science and Technology Wikipedia
อุปสรรคทางวัฒนธรรม
เมื่อลองคิดถึงวัฒนธรรมความเป็นอยู่ตลอดจนวิถีชีวิตของคนไทยแล้ว ผู้เขียนคิดว่าคนไทยไม่ได้มีอะไรเป็นของตัวเองเลย ทุกอย่างเป็นของที่หยิบยืมมาจากต่างประเทศ เริ่มจากภาษาของเราเองเวลานี้ก็มีคำต่างประเทศเกินห้าสิบเปอร์เซนต์ ศาสนาก็เป็นความเชื่อที่หยิบยืมมาจากที่อื่น วัฒนธรรมทั้งหมดถ้าไม่มาจากอินเดีย ก็มาจากจีน แม้แต่เพลงไทยเวลาแต่งก็กำหนดให้ออกสำเนียงเป็นของชาติอื่นๆ ทั้งเขมร ลาว พม่า จีน รวมกันแล้วรู้สึกว่าคนไทยจะยกย่องคนต่างชาติหมด ยกเว้นคนไทยด้วยกันเอง เพิ่งจะมาระยะหลังนี้ที่มีท่าทีดูหมิ่นคนชาติอื่นที่ด้อยกว่ามากขึ้น แต่ที่ยังสยบก้มหัวและยกย่องอยู่มากก็คือ ฝรั่ง
การยกย่องคนชาติอื่นและดูหมิ่นคนไทยนั้นมีให้ดูชัด ในการทำงานของรัฐบาลกล่าวคือ ในการทำงานที่ปรึกษาให้กับหน่วยงานของรัฐบาลนั้น ที่ปรึกษาที่เป็นฝรั่งจะได้รับเงินเดือนมากมายมหาศาล ในขณะที่คนไทยได้นิดเดียวเท่านั้น และที่น่าสังเกตคือ ที่ปรึกษาฝรั่ง ส่วนมากที่เข้ามาทำงานในไทยเวลานี้ไม่ได้มีความรู้ หรือประสบการณ์มากกว่าคนไทยเลย หลายคนเข้ามาเรียนงานจากคนไทยด้วยซ้ำไป
วัฒนธรรมการยกย่องเชิดชูฝรั่งนั้นลามปามไปจนถึงกับยกย่องนักร้องนักเต้นที่แสดงท่าทางลามกอนาจาร อย่างไมเคิล แจ๊คสัน ปล่อยให้คนประเภทนี้เข้ามาหากิน กวาดเงินใส่กระเป๋ากลับไปบำเรอความสุขตนเองโดยอ้างว่าประเทศนี้เสรีใครจะทำอะไรก็ได้
ประเพณีมากมายหลายอย่างที่ไม่ค่อยจะเป็นวิทยาศาสตร์ก็มีให้ดูกันมากมาย การเอาน้ำมาสาดกันโครมๆ ระหว่างวันสงกรานต์ ในยามที่ภัยแล้งกำลังวิกฤติและควรสงวนน้ำไว้ก็ตาม การนำโฟมและวัสดุวิทยาศาสตร์ไปทำกระทงลอยน้ำ เดือนสิบสองก็ตาม การทำมงกุฏดอกไม้มาสวมแสดงความยินดีกับบัณฑิตใหม่ก็ตาม เหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของประเพณีที่พิกลพิการเวลานี้ จริงอยู่ประเพณีเหล่านี้อาจจะเหมาะกับอดีตอันเป็นยุคที่คนเรายังไม่มีอะไรจะเห่อเหิมฟุ้งเฟ้อได้มากนัก แต่การพยายามส่งเสริมประเพณีเหล่านี้ต่อไปน่าจะไม่ตรงกับหลักการวิทยาศาสตร์และสิ่งแวดล้อม
ทำไมการก้าวไปสู่สังคมสารสนเทศจะต้องเกี่ยวข้องกับเรื่องเหล่านี้ด้วย
คำตอบก็คือ ผู้เขียนเห็นว่า สังคมสารสนเทศเป็นสังคมที่ต้องใช้ปัญญา และมีเหตุมีผลไม่ใช่สังคมที่ใครเคยทำอะไรก็หลับหูหลับตาทำไปอย่างนั้นเรื่อยๆ ดังนั้นวัฒนธรรมก็ตามประเพณีก็ตามจะต้องเก็บรักษาและส่งเสริมเฉพาะส่วนที่เป็นเรื่องของปัญญา ส่วนเรื่องที่ไม่เหมาะไม่ควรนั้นจะต้องพยายามเลิกให้ได้
วัฒนธรรมเลวๆ ที่จะต้องกำจัดทิ้งมีอีกมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการประจบประแจง การนำข้าราชการผู้น้อยไปคอยต้อนรับข้าราชการชั้นผู้ใหญ่จนไม่เป็นอันทำงานทำการ การใช้เส้นใช้สายในการเลื่อนตำแหน่ง การฝากเด็กเข้าเรียนในสถานศึกษา การเลื่อยขาเก้าอี้ การใช้มือปืนกำจัดคู่แข่ง การเข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตาม การรู้รักษาตัวรอดเป็นยอดดีเหล่านี้มีแต่จะทำให้เรามีทัศนคติที่ไม่ถูกต้องทั้งนั้น
วัฒนธรรมที่ควรจะต้องส่งเสริมก็คือ วัฒนธรรมที่เกี่ยวกับความซื่อสัตย์ถูกต้อง วัฒนธรรมที่สอดคล้องกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม วัฒนธรรมที่มีพรหมวิหารสี่เป็นรากเหง้า

