หลักการตั้งชื่อบทความ

จาก Thailand Science and Technology Wikipedia

ข้ามไปที่: นำทาง, ค้นหา
รอตรวจแก้
ภาพ:Pix.gif

แม่แบบ:คู่มือ

หลักการตั้งชื่อหัวข้อ เป็นการรวบรวมแนวทางในการตั้งชื่อบทความที่เหมาะสม

พึงนึกเสมอว่า หลักการตั้งชื่อนี้เป็นแนวทางในการตั้งชื่อเพื่อให้ชื่อบทความง่ายต่อการเข้าใจ ซึ่งไม่ใช่กฎเหล็ก โดยเมื่อวิกิพีเดียโตได้ระดับหนึ่ง ข้อแนะนำต่างๆ ที่ไม่เป็นที่นิยม อาจจะลดหายไป เมื่อมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการตั้งชื่อ ให้ตั้งตามบทความต่อไปนี้

เนื้อหา

หลักการทั่วไป

ชื่อหัวข้อควรเป็นคำนาม

ใช้ชื่อบทความเป็นคำนาม สำหรับคำกริยาหรือคำคุณศัพท์อื่นๆ ให้ใส่ "การ" หรือ "ความ" ตามความเหมาะสม

วิสามานยนาม

วิสามานยนาม หรือชื่อเฉพาะ เช่น ชื่อเครื่องหมายการค้า ชื่อภาพยนตร์ ชื่อหนังสือ และชื่อเฉพาะอื่น ๆ ให้คงชื่อและตัวสะกดตามต้นฉบับ หรือตามลิขสิทธิ์ แม้ว่าจะขัดกับนโยบายอื่น

ชื่อหัวข้อควรเป็นอักษรไทย

ในการสะกดถ้าชื่ออย่างเป็นทางการในภาษาไทย ไม่ตรงกับหลักการทับศัพท์ ให้ถือชื่ออย่างเป็นทางการเป็นหลัก เช่น

สำหรับคำที่ยังไม่มีการบัญญัติสามารถเขียนทับศัพท์ ตามหลักการเขียนคำทับศัพท์ หรือเขียนชื่อในภาษาอังกฤษไว้ พร้อมกับ ติดป้ายไว้บนส่วนหัว ว่า

{{ชื่ออังกฤษ}}
หรือ
{{ชื่ออังกฤษ|เหตุผล}}

เพื่อให้ผู้อื่นช่วยหาคำทับศัพท์ที่เหมาะสม


ตัวเลข

ตัวเลขที่ปรากฏในชื่อบทความให้ใช้เลขอารบิก

ยกเว้นเมื่อต้องการคงชื่อไว้ตามต้นฉบับ

การใช้เครื่องหมายในชื่อบทความ

พยายามหลีกเลี่ยงการใช้ วงเล็บ หรือเครื่องหมายอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวกับชื่อบทความ ถ้าไม่จำเป็น

การใช้วงเล็บ ใช้ต่อเมื่อป้องกันการสับสน บาท (สกุลเงิน) กับ บาท (ร้อยกรอง) และในการเขียนให้เว้นวรรคระหว่างคำและวงเล็บ เช่น บาท (สกุลเงิน) ไม่ใช่ บาท(สกุลเงิน)

ข้อจำกัดทางเทคนิค

เนื่องจากข้อจำกัดทางเทคนิค ทำให้ไม่สามารถใช้ตัวอักษรเหล่านี้ในชื่อบทความได้

# < > [ ] | { }

โดยให้ใช้ แม่แบบ:Tlp แทน

ตั้งชื่อให้สั้นกระชับ

พยายามตั้งชื่อให้กระชับและได้ใจความ

การเว้นวรรคระหว่างคำทับศัพท์จากภาษาอังกฤษ

ถ้าเป็นคำเดียวกันหลายพยางค์ของคำภาษาอังกฤษให้เขียนติดกันไม่เว้นวรรค เช่น เซาท์พาร์ก (South Park) หรือ วินโดวส์วิสตา (Windows Vista)

ยกเว้นอาจจะทำการเว้นวรรคระหว่างชื่อเจ้าของผลิตภัณฑ์ และรุ่นผลิตภัณฑ์ เพื่อแยกให้เห็นชื่อเด่นชัด เช่น ไมโครซอฟท์ วินโดวส์, มอซิลลา ไฟร์ฟอกซ์, ฮอนด้า แอคคอร์ด, โตโยต้า เซลิก้า

บทความที่เป็นการรวบรวมรายชื่อ

ใช้คำว่า "รายชื่อ" สำหรับสิ่งที่มิใช่บุคคล และใช้ "รายนาม" หรือ "รายพระนาม" สำหรับบุคคล ตามด้วยเรื่องที่ต้องการรวบรวม

ชื่อบริษัท หรือหน่วยงาน

ให้ใช้ชื่อสามัญของบริษัทที่ได้จดทะเบียน โดยไม่ต้องมีคำนำหน้าหรือลงท้าย เช่น บริษัท/จำกัด/มหาชน

ชื่อบุคคล

หลักการทั่วไปคือให้ใช้ชื่อที่เป็นที่รู้จักมากที่สุด โดยไม่ต้องมีคำนำหน้าชื่อ รวมทั้ง นาย/นาง/นางสาว ยศ ตำแหน่งวิชาการ

ชื่อที่มีจุดหลังชื่อ

ชื่อที่มีจุดหลังชื่อ ให้เว้นวรรคหนึ่งครั้ง

ชื่อบุคคลจากภาษาอังกฤษที่ใช้ชื่อต้นตามด้วยนามสกุล

  • ในหัวข้อให้เขียนทับศัพท์ โดยเว้นวรรคระหว่างชื่อและนามสกุล ส่วนในบทความให้เขียนชื่อเดิมในวงเล็บ เช่น
  • สำหรับการเขียนคำทับศัพท์ ให้อ้างอิงการทับศัพท์จากบทความ การเขียนคำทับศัพท์

ชื่อบุคคลชาวจีน ที่นามสกุลนำหน้า

ชื่อบุคคลชาวจีน มักจะมี 2-5 คำ (หนึ่งคำหมายถึงอักษรจีนหนึ่งตัว) โดยใช้นามสกุล (แซ่) 1-3 คำ ขึ้นต้นก่อนชื่อตัว สำหรับการตั้งชื่อบทความให้ทำดังนี้

  1. เริ่มต้นด้วยนามสกุลแล้วตามด้วยชื่อ เช่น โจว เหวินฟะ โดยเว้นวรรคนามสกุลกับชื่อออกจากกัน
  2. ไม่แยกคำยกย่องออกจากนามสกุล เช่น ขงจื๊อ (คำว่า จื๊อ แปลว่า อาจารย์ ซึ่งหมายถึง อาจารย์ขง)
  3. ใช้หลักการทับศัพท์ภาษาจีนของราชบัณฑิตยสถานสำหรับภาษาจีนกลาง
  4. ใช้คำอ่านแบบไทยที่ใกล้เคียงที่สุดของภาษาจีนสำเนียงอื่น เช่น ภาษาจีนกวางตุ้ง สำเนียงแต้จิ๋ว หากคำอ่านนั้นเป็นที่นิยมกว่า ไม่นำพินอินที่อ่านเป็นภาษาอังกฤษมาใช้ในการตั้งชื่อ เช่น ziyi พินอินต้องอ่านเป็น จืออี (อาจต่างวรรณยุกต์) แต่ภาษาอังกฤษอ่านเป็น ซิยี่
  5. หากอ่านไม่ออก หรือไม่แน่ใจว่าทับศัพท์อย่างไร ให้ใช้ภาษาอังกฤษหรือพินอินไปก่อน

ชื่อบุคคลชาวญี่ปุ่น ที่นามสกุลนำหน้า

ดูเพิ่มได้ที่ วิกิพีเดีย:ภาษาญี่ปุ่น

ชื่อบุคคลญี่ปุ่นในภาษาญี่ปุ่นปัจจุบันนิยมเขียนนามสกุลนำหน้าชื่อซึ่งตรงข้ามกับภาษาไทย แต่ในประเทศไทยที่ปรากฏตามเอกสารราชการและหนังสือต่างๆ นิยมเขียนชื่อนำหน้านามสกุล และเพื่อป้องกันการสับสนให้เขียนชื่อภาษาญี่ปุ่นและคำอ่านเป็นโรมะจิในวงเล็บต่อท้าย ยกเว้นชื่อตัวละครในการ์ตูนหรือวรรณกรรมให้ใช้ชื่อเดิม เพื่อใช้ในการอ้างอิง และความสละสลวยของบทความเดิมรวมถึงชื่อในทางประวัติศาสตร์ ตัวอย่างเช่น

ชื่อบุคคลชาวเกาหลี โดยนามสกุลนำหน้า

เริ่มต้นด้วยนามสกุลแล้วตามด้วยชื่อ เช่น โช ซึงฮึย โดยเว้นวรรคนามสกุลกับชื่อออกจากกัน

ชื่อบุคคลเวียดนาม โดยนามสกุลนำหน้า

  • สำหรับชื่อสามส่วน (นามสกุล นามสกุลรอง ชื่อ) เริ่มต้นด้วยนามสกุลเขียนนามสกุลนำหน้า และตามด้วยนามสกุลรอง และตามด้วยชื่อ โดยแต่ละส่วนเว้นวรรคจากกัน เช่น เหวียน มินห์ เจียต
  • สำหรับชื่อสองส่วน (นามสกุล ชื่อ) เริ่มต้นด้วยนามสกุล และเว้นวรรคตามด้วยชื่อ

ยศหรือตำแหน่ง

แต่ถึงอย่างไรท่านสามารถทำหน้าเปลี่ยนทางที่นอกเหนือจากกฎเกณฑ์เหล่านี้ได้

สัตว์

พืช

  • ตรวจสอบว่าบทความนั้นกล่าวถึง ชนิดพันธุ์ (species) หรือ สายพันธุ์ (variety) สำหรับชนิดพันธุ์ ให้ใช้หลักการต่อไปนี้
    • ชื่อบทความพืช จะไม่ใช้คำว่า "ต้น", "ไม้", "ต้นไม้", "ดอก", "ผล" นำหน้า โดยการตั้งชื่อบทความให้พิจารณาตามลำดับดังนี้
      1. ใช้ชื่อสามัญภาษาไทย โดยอ้างอิงจากฐาน ชื่อพรรณไม้แห่งประเทศไทย เต็ม สมิตินันทน์ ของสำนักงานหอพรรณไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
      2. หากไม่มีชื่อสามัญในภาษาไทย ให้ใช้ชื่อท้องถิ่นก่อน
      3. หากไม่มีชื่อท้องถิ่น ให้ใช้ชื่อสามัญภาษาอังกฤษ
      4. หากไม่มีชื่อสามัญภาษาอังกฤษ ให้ใช้ชื่อวิทยาศาสตร์
      • กรณีชื่อภาษาไทยซ้ำกัน แต่ชื่อวิทยาศาสตร์ต่างกัน ให้ย้อนกลับไปดูฐานข้อมูล และยึดฐานข้อมูลเป็นหลัก ส่วนชนิดพันธุ์อื่นที่มีชื่อมาพ้องกัน ให้ใช้ชื่อพ้องอื่นตามลำดับพิจารณา
      • กรณีชื่อพ้องอื่นไม่มี ให้วงเล็บต่อท้ายด้วยชื่อภาษาอังกฤษ หรือชื่อวิทยาศาสตร์ ตามลำดับการพิจารณา
    • สำหรับดอกไม้และผลไม้ของพืชนั้น ไม่ต้องสร้างเป็นบทความใหม่ แต่ให้เขียนรวมกันในบทความพืชเป็นหัวข้อย่อย เช่น ชัยพฤกษ์ บัวหลวง จำปา กุหลาบ ฯลฯ
    • ถ้าชื่อของพืชอย่างเดียวมีความหมายอื่น ให้ใส่วงเล็บต่อท้ายชื่อบทความเพื่อแก้ความกำกวม เช่น กรวย (พืช) โดยวงเล็บเป็นคำว่าพืช ไม่ใช้คำอื่นที่มีความหมายใกล้เคียง (นโยบายเก่าเป็นคำว่า พรรณไม้)
    • ใช้คำนำหน้าตามความเหมาะสมเช่น บัวศรีวิชัย แทนที่ ศรีวิชัย (พันธุ์บัว)
  • สำหรับสายพันธุ์บางชนิด ใช้แตกต่างกับสัตว์ คือต้องเอ่ยถึงชื่อชนิดพันธุ์เป็นคำนำหน้าตามความจำเป็น เช่น ท้อไม่มีขน (ถ้าเขียนว่า ไม่มีขน จะไม่รู้ว่าท้อ หรือแมว) ส้มวาเลนเซีย ส้มสายน้ำผึ้ง (ถ้าเขียนว่า วาเลนเซีย จะเป็นชื่อเมือง และ สายน้ำผึ้งจะเป็นชื่อพรรณไม้อีกวงศ์หนึ่ง)
  • พืชสวน/ไร่/นา ส่วนใหญ่สามารถใช้ชื่อสายพันธุ์ได้ลอยๆ เช่น ข้าว มะพร้าว กล้วยไม้ สามารถใช้ สวีลูกผสม 1 แทน มะพร้าวสวีลูกผสม 1 หรือ ขาวดอกมะลิ 105 แทน ข้าวขาวดอกมะลิ 105 และ กะเรกะร่อนปากเป็ด แทน กล้วยไม้กะเรกะร่อนปากเป็ด

สถานที่

ใช้เฉพาะชื่อสถานที่ ถ้าชื่อนั้น สื่อถึง สถานที่นั้นๆอยู่แล้วเช่น สยามพารากอน ส่วนชื่อที่อาจกำกวมให้มีคำนำหน้าเช่น ถนนสุขุมวิท น้ำตกทีลอซู ดูชื่อที่บัญญัติไว้โดยราชบัณฑิตยสถาน


เมือง

ใช้เฉพาะชื่อเมือง ส่วนเมืองหลวงที่มีคำว่า กรุง นำหน้า ทำเป็นหน้าเปลี่ยนทาง ยกเว้น กรุงเทพมหานคร เช่น ลอนดอน และ กรุงลอนดอน

ตำบล อำเภอ จังหวัด มณฑล รัฐ มลรัฐ

ให้มีคำว่า ตำบล อำเภอ จังหวัด มณฑล รัฐ มลรัฐ กำกับด้วย เช่น อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ มณฑลหูหนาน รัฐแทสเมเนีย มลรัฐฮาวาย ฯลฯ

ประเทศ

การทับศัพท์ชื่อ

หลักการทับศัพท์ชื่อ เรียงตามขั้นตอนต่อไปนี้

  1. ยึดราชบัณฑิตเป็นหลัก ถ้าได้มีการบัญญัติไว้
  2. ถ้าราชบัณฑิตไม่ได้บัญญัติไว้ ให้ใช้คำที่คุ้นเคย ถ้าคำนั้นไม่ผิดจากคำเดิม
  3. ถ้าไม่มีคำที่คุ้น ให้ถอดเสียงอ่านจากภาษาเดิม โดยอาศัยการเขียนคำทับศัพท์ตามระบบของราชบัณฑิตยสถาน
  4. ถ้าไม่มีหลักออกเสียงเดิม ให้ว่าไปตามเสียง โดยอาศัยอักขรวิธีของไทย
  5. ถ้าอ่านภาษาเดิมไม่ออก ให้อ่านจากภาษาอังกฤษ หรือภาษาไหนก็ได้ ที่ใกล้เคียง หรือให้คงอักษรเดิมไว้ก่อน

ซึ่งปัญหาในปัจจุบัน คำจากภาษาอื่นมักจะถูกอ่านตามภาษาอังกฤษทำให้ชื่อที่ถูกต้องเพี้ยนไป เช่น الجماعة الاسلامية อ่านว่า อัลญะมาอะหฺ อัลอิสลามียะหฺ เขียนในภาษาอังกฤษว่า al-jemaah al-Islamiya ย่อเป็น JI (เจไอ) พอไทยอ่านกลายไป เจมาห์ อิสลาเมีย ทำให้ผิดไปจากเดิม หรือ Michelangelo ในภาษาอิตาลีอ่านว่า มีเกลันเจโล แต่มักจะอ่านเพี้ยนเป็น ไมเคิล แองเจโล

ชื่อปี

การเขียนปีศักราช ให้ใช้ปีพุทธศักราชเป็นหลัก และใช้ตัวเลขอารบิกโดยเขียนในรูปแบบ — พ.ศ. 2547 — โดยเว้นวรรคระหว่าง พ.ศ. และ ตัวเลข ดูเพิ่มที่ วิกิพีเดีย:โครงการวันเดือนปี

ดูเพิ่ม

เครื่องมือส่วนตัว