ศูนย์กลางการพัฒนาทรัพยากรบุคลากรด้านเทคโนโลยีชีวภาพสำหรับประเทศเพื่อนบ้าน

จาก Thailand Science and Technology Wikipedia

ข้ามไปที่: นำทาง, ค้นหา

เนื้อหา

ศูนย์กลางการพัฒนาทรัพยากรบุคลากรด้านเทคโนโลยี ชีวภาพสำหรับประเทศเพื่อนบ้าน

ปัจจุบันประเทศสมาชิกใหม่ของกลุ่มประเทศอาเซียน (ASEAN) ได้แก่ ประเทศกัมพูชา ประเทศลาว เมียนมาร์ และ เวียดนาม ยังขาดแคลนบุคลากรที่มีความรู้ความชำนาญด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญในการก้าวไปสู่ตลาดการแข่งขันทางเศรษฐกิจ ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) จึงได้ริเริ่มโครงการพัฒนาบุคลากรด้านเทคโนโลยีชีวภาพ สำหรับประเทศเพื่อนบ้านในปี พ.ศ.2544 โครงการนี้เป็นการให้ความช่วยเหลือประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคเดียวกัน เพื่อตอบสนองต่อนโยบาย อาเซียนช่วยอาเซียน ประกาศในการประชุมระดับรัฐมนตรีอาเซียนทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ครั้งที่ 9 อีกทั้งยังสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลไทยที่ริเริ่มยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจอิรวดี-เจ้าพระยา-แม่โขง[1]ที่ส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนร่วมกับประเทศเพื่อนบ้านเพื่อลดช่องว่างทางเศรษฐกิจระหว่างกัน

โครงการนำร่อง

ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) ได้เริ่มโครงการนำร่องในปี พ.ศ.2544 และ พ.ศ.2545 โดยให้ทุนสนับสนุนนักวิจัยจากประเทศกัมพูชา ประเทศลาว เมียนมาร์ และ เวียดนาม จำนวน 4 ทุนต่อปี เข้ามารับการฝึกอบรมในห้องปฏิบัติการวิจัยในประเทศไทย เป็นเวลา 3 เดือน โครงการนี้ได้รับทุนสนับสนุนจาก มูลนิธิอาเซียน สำหรับปี พ.ศ.2546 - 2547 เป็นจำนวนเงิน 3.1 ล้านบาท ทำให้จัดสรรทุนได้ 24 ทุน ในระยะเวลา 2 ปี และในปี พ.ศ.2548 - 2549 สามารถจัดสรรทุนได้ 14 ทุน/ปี โดยเปิดรับนักวิจัยจากประเทศหมู่เกาะแปซิฟิกจำนวน 2 ทุน ด้วยการสนับสนุนจากรัฐบาลนิวซีแลนด์ และ The Secretariat of the Pacific Community และเพิ่มทุนวิจัยประเภท 6-12 เดือน สำหรับนักวิจัยที่มีพื้นฐานดีเพื่อจะได้เรียนรู้งานวิจัยได้มาก

หลักสูตรการฝึกอบรม

หลักสูตรฝึกอบรมของโครงการเน้นการให้ความรู้พื้นฐานทางเทคโนโลยีชีวภาพ และการปฏิบัติจริงโดยมีนักวิจัยพี่เลี้ยงคอยให้คำแนะนำในการทำโครงการวิจัย เริ่มตั้งแต่การตั้งสมมติฐาน การออกแบบการทดลอง การทำการทดลอง ซึ่งได้เรียนรู้การใช้เครื่องมือวิทยาศาสตร์พร้อมกันไป รวมทั้งการวิเคราะห์ผลการทดลอง และการสรุปผล นอกจากนี้ หลักสูตรยังมีการจัดเยี่ยมชมดูงานในสถาบันการศึกษา สถาบันวิจัยบริษัทเอกชน และจัดโปรแกรมศึกษาวัฒนธรรม เยี่ยมชมสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ของไทย

นักวิจัยที่เข้าอบรมให้ความคิดเห็นที่ตรงกันว่า หลักสูตรฝึกอบรมให้ความรุ้และทักษะการวิจัยซึ่งเป็นการเตรียมความพร้อมที่ดี ในการศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น หรือในการทำวิจัยในประเทศของตน อีกทั้งยังเป็นการสร้างเครือข่ายการวิจัยให้กับนักวิจัยในกลุ่มกลุ่มประเทศอาเซียน (ASEAN) ที่ประเทศไทยสามารถเป็นที่ปรึกษาทางเทคนิคให้ในระยะยาวต่อไป ในการประเมินติดตามผลนักวิจัยที่ได้รับทุนไปแล้วจำนวน 60 คน พบว่า นักวิจัยจำนวน 12 คน ได้รับทุนจากหน่วยงานนานาชาติไปศึกษาต่อในต่างประเทศ เช่น ทุนจากรัฐบาลสวีเดน (SIDA) เพื่อศึกษาหลักสูตรปริญญาโทที่สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเซีย (AIT) ทุนยูเนสโก โดยการสนับสนุนของรัฐบาลญี่ปุ่น ทุน New Zealand's International AID and Development Agency โดยรัฐบาลนิวซีแลนด์ ทุนศึกษาต่อประเทศเยอรมัน แคนาดา และเกาหลี รวมทั้งนักวิจัยที่ได้ทำงานวิจัยร่วมกับนักวิจัยไบโอเทคสามารถนำความรู้ที่ได้จากการฝึกอบรม ไปขยายผลในเชิงธุรกิจ โดยทำผลิตภัณฑ์จำหน่ายทั้งในประเทศและส่งออกต่างประเทศ

ไบโอเทคได้จัดสรรทุนไปแล้ว 60 ทุนในระยะเวลา 6 ปี และได้ใช้ฐานของนักวิจัยที่เข้าอบรมในการพัฒนาโครงการวิจัยร่วมระหว่างหน่วยงาน ซึ่งในปี พ.ศ.2547 ไบโอเทค ได้ลงนามความร่วมมือกับสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์แห่งประเทศลาว และในปี พ.ศ.2548 ได้ลงนามความร่วมมือกับสถาบันเทคโนโลยีชีวภาพ และสถาบันชีววิทยาเขตร้อนแห่งประเทศเวียดนาม โดยงานวิจัยร่วมเป็นเรื่องจุลชีววิทยา การศึกษาความหลากหลายทางชีวภาพ และการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรชีวภาพอย่างยั่งยืน

จากการที่ไบโอเทคได้ดำเนินการด้านนี้มาอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งสภาพภูมิศาสตร์ของประเทศที่เป็นศูนย์กลางของอาเซียนและนโยบายสนับสนุนของรัฐบาลไทย ทำให้องค์การนานาชาติให้การสนับสนุนและใช้ไบโอเทคเป็นศูนย์กลางฝึกอบรมทางเทคโนโลยีชีวภาพให้กับประเทศกำลังพัฒนาในอาเซียน เช่น ยูเนสโก องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ มูนนิธิร็อคกี้เฟลเลอร์ และธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชีย (ADB) ซึ่งตกลงร่วมมือกับสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ในการพัฒนาบุคลากรของประเทศในกลุ่มลุ่มแม่น้ำโขง ทางด้านเทคโนโลยีชีวภาพเกษตร ตั้งแต่ ปี พ.ศ.2548 ถึง พ.ศ.2550 และในปี พ.ศ.2549 สำนักงานความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ (สพร.) และสถานทูตฝรั่งเศส ร่วมกับไบโอเทค ดำเนินการจัดฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อมุ่งพัฒนาศักยภาพของบุคลากรด้านความปลอดภัยด้านอาหาร และระบบตรวจสอบย้อนกลับ ของนักวิจัยในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาในอาเซียน

ข้อมูลเพิ่มเติม

  1. ศูนย์ข้อมูลไบโอเทค
  2. อาเซียน (ASEAN)

อ้างอิง

  1. ยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ อิรวดี-เจ้าพระยา-แม่โขง ระหว่างกัมพูชา ลาว พม่า ไทย และเวียดนาม (ACMECS: Ayeyawady - Chao Phraya - Mekong Economic Cooperation Strategy) เป็นกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจในระดับอนุภูมิภาคที่จัดตั้งขึ้นเพื่อใช้ ประโยชน์จากความแข็งแกร่งและความหลากหลายของทั้งห้าประเทศสมาชิกเพื่อส่ง เสริมการพัฒนาอย่างสมดุล (กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กองส่งเสริมเศรษฐสัมพันธ์และความร่วมมือ กระทรวงการต่างประเทศ)
เครื่องมือส่วนตัว