ระบบโทรมาตรตรวจวัดสภาพอากาศอัตโนมัติ

จาก Thailand Science and Technology Wikipedia

ข้ามไปที่: นำทาง, ค้นหา

เนื้อหา

หน่วยงานเจ้าของผลงาน

สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (องค์การมหาชน)

ชื่อของผลงาน

ระบบโทรมาตรตรวจวัดสภาพอากาศอัตโนมัติ

รายละเอียดผลงาน

สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ สสนก. ได้พัฒนาระบบโทรมาตรเพื่อตรวจวัดข้อมูลระยะไกลซึ่งมีขนาดเล็กและติดตั้งง่าย สามารถวัดระดับน้ำ ปริมาณน้ำฝน อุณหภูมิ ความชื้น ความกดอากาศ ความเข้มแสง ความเร็วลม และเชื่อมโยงข้อมูลอัตโนมัติผ่านระบบ GPRS ของผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ รวมทั้งมีการแสดงผลข้อมูลในรูปของภูมิศาสตร์สารสนเทศบนเครือข่ายอินเตอร์เน็ต (Internet GIS) โดยได้มีความร่วมมือกับกรมชลประทาน บริษัทแอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) และจังหวัดนนทบุรีดำเนินการติดตั้งอุปกรณ์ดังกล่าวในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศมาตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปัจจุบันมีการติดตั้งสถานีโทรมาตรไปแล้ว 699 สถานี ทั่วประเทศ

การพัฒนาระบบโทรมาตรขนาดเล็ก

โทรมาตรเคลื่อนที่ขนาดเล็กคืออะไร ระบบโทรมาตร คือ อุปกรณ์ที่สามารถตรวจวัดค่าทางฟิสิกส์ เคมี หรือชีวภาพ แล้วส่งค่าที่วัดได้ไปยังที่ที่กำหนดไว้ได้เอง ในเงื่อนไขต่างๆ ที่กำหนดไว้ ค่าหรือข้อมูลที่ตรวจวัดอาจจะเป็น ข้อมูลระดับเสียง อุณหภูมิ ความชื้น ค่าความเป็นกรด ด่าง หรือปริมาณออกซิเจนที่ละลายน้ำ หรือแม้กระทั่งภาพถ่าย หรือข้อมูลที่เกิดขึ้นจากตัวระบบโทรมาตรเอง เช่น สถานการณ์ทำงาน เป็นต้น ระบบโทรมาตรเคลื่อนที่ขนาดเล็ก เป็นระบบโทรมาตรที่ออกแบบมาให้มีขนาดเล็ก ติดตั้งง่าย ใช้เวลาติดตั้งน้อยและสามารถถอดเคลื่อนย้ายได้โดยง่าย ต้นแบบมาจาก Field Server ของประเทศญี่ปุ่น ระบบโทรมาตร เคลื่อนที่ขนาดเล็ก ได้รับแนวคิดในการนำอุปกรณ์มาใช้ตรวจวัดและส่งข้อมูลระยะไกลจากอุปกรณ์ที่เรียกว่า Field Server ของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งวิจัยและพัฒนาโดยหน่วยงานด้านการเกษตรของรัฐบาลประเทศญี่ปุ่น (NARO) เหตุที่เรียกว่า Field Server นั้นเนื่องจากอุปกรณ์ดังกล่าวสามารถทำงานได้เช่นเดียวกับเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ต่อเข้าอินเตอร์เน็ต สามารถส่งข้อมูลทั้งรูปภาพ เสียง วิดีโอ เสมือนทำงานเป็น Server ได้ด้วยตัวเอง แต่เป็น Server ที่ไม่ได้ติดตั้งไว้ในห้อง แต่เป็นอุปกรณ์ที่ติดตั้งอยู่ภายนอก ในภาคสนาม เพื่อใช้รับส่งข้อมูล จึงเรียกว่า Field Server นอกจากจะมีหัววัดเพื่อตรวจวัดและส่งค่าข้อมูลต่างๆแล้ว ยังสามารถติดกล้องวิดีโอ เพื่อถ่ายภาพและส่งภาพวิดีโอเข้าอินเตอร์เน็ต โดยผู้ใช้จะอยู่ที่ไหนก็ได้ ถ้าสามารถเชื่อมอินเตอร์เน็ต ก็จะสามารถดูข้อมูลต่างๆ และสั่งงานอุปกรณ์ Field Server ได้โดยตรง

พัฒนาเพื่อประยุกต์ให้เหมาะสมในประเทศไทย

เมื่อปี พ.ศ. 2546 หน่วยงาน NARO ประเทศญี่ปุ่น ได้นำเสนออุปกรณ์ Field Server เผยแพร่ในงานประชุมวิชาการ APAN ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ หรือเนคเทค จึงได้นำเอาเทคโนโลยีของอุปกรณ์ Field Server นี่มาประยุกต์ ปรับใช้ให้เหมาะสมกับประเทศไทย แต่เนื่องจากการสื่อสารในประเทศไทย มีการให้บริการ Wi-Fi ไม่ครอบคลุมเช่นในประเทศญี่ปุ่น จึงต้องมีการปรับเปลี่ยนวิธีการส่งข้อมูลให้เหมาะสมทางเนคเทคจึงเลือกใช้การสื่อสารผ่านเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ ในโหมดของการสื่อสารดิจิตอล หรือ GPRS (General Packet Radio Service) ซึ่งปัจจุบันมีการใช้งานอย่างแพร่หลายในโทรศัพท์เคลื่อนที่ทั่วไป โดยเนคเทคได้เริ่มต้นศึกษา พัฒนา ทดสอบ และต่อมาได้ดำเนินการวิจัยและพัฒนาโดยสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร ทำให้ได้แบบอุปกรณ์ที่เหมาะสมกับการใช้งานในประเทศไทย ทั้งหัววัด การเชื่อมต่อ และการสื่อสาร และเมื่อนำไปทดสอบใช้งานเพื่อเสริมการทำงานในระบบโทรมาตรที่หน่วยงานมีใช้อยู่ เช่น กรมชลประทานจึงเรียกอุปกรณ์นี้ว่า “ระบบโทรมาตรเคลื่อนที่ขนาดเล็ก” เนื่องจากสามารถส่งข้อมูลระยะไกล มีขนาดเล็ก ติดตั้งง่ายเคลื่อนย้ายสะดวก จึงถือได้ว่าเป็นอุปกรณ์ที่พัฒนาโดยคนไทย ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีของตนเอง และนำมาใช้งานได้อย่างเหมาะสมในประเทศ

ติดตั้งที่ไหนแล้ว และผลเป็นอย่างไร

ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2547 ได้เริ่มนำระบบโทรมาตรขนาดเล็ก ไปติดตั้งและทดสอบการทำงาน ณ โครงการต่างๆของกรมชลประทาน ที่ต้องการข้อมูลระดับน้ำและปริมาณน้ำฝน ชนิดอัตโนมัติและส่งข้อมูลทันทีทันใด (Automatic & Real-Time) เช่น ที่ลุ่มน้ำเพชรบุรี ลุ่มน้ำปราจีนบุรี ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ลุ่มน้ำจันทบุรี ลุ่มน้ำปิง เป็นต้น ซึ่งโครงการต่างๆนี้ยังไม่มีระบบโทรมาตรใช้งาน จากการทดสอบติดตั้งและใช้งานทำให้พบปัญหา และเกิดประสบการณ์ในการเรียนรู้มากมายเพื่อนำมาปรับปรุงการทำงานให้ดีขึ้น

ตัวอย่างหนึ่งที่ประสบความสำเร็จ เช่น การติดตั้งระบบโทรมาตรขนาดเล็ก เพื่อส่งข้อมูลปริมาณฝนรายชั่วโมงของพื้นที่จังหวัดระยอง เพื่อแก้ปัญหาภัยแล้ง ปี พ.ศ. 2548 จำนวน 14 สถานี โดยใช้เวลาติดตั้ง 3 วัน หรือเฉลี่ยสถานีละ 3 ชั่วโมง และส่งข้อมูลทันทีที่ติดตั้งเสร็จทำให้ทราบข้อมูลปริมาณฝนที่ตกในพื้นที่ได้อย่างรวดเร็ว และมีระบบฐานข้อมูลเก็บรวบรวมสถิติดังกล่าว เรียกดูย้อนหลังได้ อีกทั้งยังสามารถส่งข้อความแจ้งเตือนผ่านระบบข้อความสั้น (SMS) ทางโทรศัพท์เคลื่อนที่ได้อีกด้วย

การพัฒนาที่ต่อเนื่อง

ปัจจุบัน สสนก. ยังคงพัฒนารูปแบบการใช้งาน โดยนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาประยุกต์ใช้ เช่น การรับส่งข้อมูล 2 ทาง เพื่อควบคุมอุปกรณ์ปลายทางได้ การพัฒนาให้อุปกรณ์ประหยัดพลังงานโดยใช้แผงโซล่าร์เซลขนาดเล็ก การเพิ่มประสิทธิภาพของชุดหัววัด การแปลงสัญญาณให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และมีช่องหัววัดมากขึ้น การพัฒนาอย่างต่อเนื่องจะช่วยให้ผู้ใช้งานได้รับข้อมูลที่รวดเร็ว สม่ำเสมอ เพื่อการบริหารและจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป

ระบบแสดงผลข้อมูลจากระบบโทรมาตร

สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร ได้จัดทำเวบไซต์ www.thaiweather.net ให้บริการข้อมูลจากระบบโทรมาตรขนาดเล็กตรวจวัดปริมาณฝนและสภาพอากาศ ผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ต ประกอบด้วยข้อมูล ปริมาณฝน อุณหภูมิ ความชื้นสัมพัทธ์ ความกดอากาศ และระดับน้ำในบางสถานี เพื่อให้เกิดการใช้งานอย่างกว้างขวางยิ่งขึ้น และมีการใช้ข้อมูลให้เกิดประโยชน์ ทั้งด้านการวางแผน การจัดการทรัพยากรน้ำ ในทุกระดับ ตั้งแต่ภาครัฐ ภาคเอกชน จนถึงระดับชุมชนต่อไปในอนาคต

ผลการดำเนินงาน

-ปัจจุบันติดตั้งสถานีโทรมาตรตรวจวัดระดับน้ำและสภาพอากาศทั่วประเทศแล้ว จำนวน 699 สถานี -ให้บริการข้อมูลระดับโทรมาตร ผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ต www.thaiweather.net เพื่อให้เกิดการใช้งานอย่างกว้างขวางยิ่งขึ้น โดยมีจำนวนการเข้าเยี่ยมชมเว็ปไซต์ www.thaiweather.net ในปี 2551 รวมทั้งสิ้น 3.94 ล้านครั้ง -ระบบแจ้งเตือนภัยปริมาณน้ำฝนจากระบบโทรมาตร ผ่านข้อความสั้น (SMS) ทางโทรศัพท์เคลื่อนที่ ให้กับกรมชลประทาน กรมทรัพยากรธรณี มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ และจังหวัดนนทบุรี -ข้อมูลจากระบบสามารถใช้งาน เพื่อประกอบการตัดสินใจในการวางแผนบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ ในทุกระดับ ตั้งแต่ภาครัฐ ภาคเอกชน จนถึงระดับชุมชนได้ เพื่อลดปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง ที่ทำให้เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจและสังคม

อ้างอิง

30 ปี แคตตาล็อกผลงานเด่นกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

เครื่องมือส่วนตัว