ภารกิจในการเข้าถึงเอกสารแบบเปิด : ระดับมหาวิทยาลัยและแหล่งทุน

จาก Thailand Science and Technology Wikipedia

ข้ามไปที่: นำทาง, ค้นหา

การจัดทำเอกสาร OA นับว่าเป็นที่นิยมมากในปัจจุบัน หน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนได้มีการจัดทำเอกสาร OA เพื่อให้นักวิชาการหรือผู้ที่ทำวิจัยได้นำผลงานหรือบทความทางวิชาการมาเผยแพร่ โดยขั้นตอนการนำบทความวิจัยหรือบทความทางวิชาการมาเผยแพร่จะขึ้นอยู่กับภารกิจที่หน่วยงานต่างๆ ได้มีการกำหนดไว้ ซึ่งภารกิจในการจัดทำเอกสาร OA นั้นหมายถึง ภารกิจที่สนับสนุนการจัดทำเอกสาร OA โดยองค์กรทั้งภาครัฐ และเอกชนหลายแห่งได้จัดทำภารกิจสำหรับการจัดทำเอกสาร OA ขึ้น เพื่อต้องการให้ผู้ที่ทำการวิจัยสามารถนำบทความทางวิชาการ และงานวิจัยมาเผยแพร่

ในการเข้าถึงบทความที่เป็นเอกสาร OA ผู้อ่านสามารถเข้าถึงบทความได้ในรูปแบบดิจิทัลโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ซึ่งภารกิจในการทำคลังเอกสารนี้เกิดจากการลงมติของสถาบันการวิจัย และฝ่ายงานวิชาการของมหาวิทยาลัยที่เห็นความสำคัญและประโยชน์ของการจัดทำคลังเอกสาร จะเห็นได้ว่าเอกสาร OA มีความสำคัญและเป็นประโยชน์ต่อวงการการศึกษาและวงการการวิจัยมาก เพราะมีองค์กรผู้ให้ทุนมากมายทั้งภาครัฐและเอกชน เสนอให้ทุนแก่ผู้ที่ต้องการจะทำวิจัยเนื่องจากองค์กรผู้ให้ทุนนั้นต้องการที่จะให้นักวิจัยเผยแพร่บทความทางวิชาการที่ได้รับการตรวจสอบแล้ว เช่น วารสารและเอกสารการประชุมให้สามารถเข้าถึงได้อย่างเสรี การเผยแพร่บทความและงานวิจัยดังกล่าวนั้นจะช่วยให้วงการการศึกษามีการพัฒนามากขึ้นเนื่องจากความรู้ต่างๆ สามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้น

ทั้งนี้หน่วยงานที่มีความสำคัญในการออกภารกิจการจัดทำเอกสาร OA ได้แก่ มหาวิทยาลัย กรม หน่วยงานของรัฐบาล และองค์กรต่างๆ ซึ่งมหาวิทยาลัยต่างๆ ทั่วโลกได้มีการออกภารกิจการจัดทำเอกสาร OA ขึ้นรวม 116 แห่ง กรม หน่วยงานของรัฐบาล จำนวน 30 หน่วยงาน องค์กรผู้ให้ทุนอื่นๆ 46 แห่ง และองค์กรการวิจัย 75 แห่ง รวมทั้งสิ้น 267 แห่ง ซึ่งมหาวิทยาลัยที่มีการจัดทำคลังเอกสาร OA และออกภารกิจการจัดทำเอกสาร OA แห่งแรกคือ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด นอกจากมหาวิทยาลัย ฮาร์วาร์ด แล้วยังมีมหาวิทยาลัยอื่นๆอีกทั่วโลก เช่น มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด มหาวิทยาลัยเซาว์แทมตันมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีควีนส์แลนด์ เป็นต้น บทความนี้จะแบ่งเนื้อหาออกเป็นสองส่วน ซึ่งก็คือ ภารกิจของมหาวิทยาลัยและ ภารกิจขององค์กรผู้ให้ทุนในการทำคลังจัดเก็บเอกสาร (ROARMAP, 2010)

การกำหนดภารกิจในการจัดทำเอกสาร OA นับว่ามีความสำคัญเป็นอย่างมาก มหาวิทยาลัยหลายแห่งต่างให้ความสนใจกับการจัดทำเอกสาร OA เนื่องจากการจัดทำเอกสาร OA เป็นการเปิดความคิด เปิดทัศนะคติ และยังช่วยให้เกิดองค์ความรู้ใหม่ๆ มหาวิทยาลัยหลายๆแห่งจึงมีการกำหนดนโยบายในการจัดทำเอกสาร OA ขึ้น เพื่อให้การจัดทำเอกสาร OA มีมาตรฐานและมีคุณภาพ โดยองค์กรที่มีการกำหนดภารกิจในการจัดทำเอกสาร OA โดยมีทั้งสิ้น 264 องค์กร (Roarmap, 2010) แบ่งเป็นมหาวิทยาลัย 208 แห่ง ซึ่งในบทความนี้จะยกตัวอย่างภารกิจของมหาวิทยาลัย 4 สถาบันด้วยกันคือ Harvard University, Oxford University, Queensland University of Technology and Hong Kong University

1. Harvard University
2. Oxford University
3. University of Southampton : School of Electronics and Computer Science
4.Queensland University of Technology
5.การจัดทำเอกสาร OA ในฮ่องกง
6.Hong Kong University Multi-Institution

ภารกิจในการจัดทำเอกสารเปิดสาธารณะขององค์กรผู้ให้ทุนในการทำคลังเอกสาร

บรรณานุกรม

ผู้จัดการออนไลน์. (2549). เจาะใจยักษ์ใหญ่เมื่อต้องการ “ทำงานร่วมกัน” ไมโครซอฟท์กับแนวคิด Interoperability. ค้นจาก http://www.ee-part.com/news/4340
ผู้จัดการออนไลน์. (2010). ม.ฮ่องกง สุดยอดมหาวิทยาลัยในเอเชีย จีน เจ๋ง ติดมากสุด 4 ใน 10. ค้นจาก http://community.momypedia.com/webboard_topic.aspx?tid=549883
มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด. (ม.ป.ป.) ค้นจาก http://th.wikipedia.org/
มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด. (ม.ป.ป.). ค้นจาก http://th.wikipedia.org/
รุจเรขา วิทยาวุฑฒิกุลุ. (2552). การจัดอันดับมหาวิทยาลัยด้วย Webometrics : ข้อเท็จจริงที่ควรทราบ. ค้นจาก http://www.iqraforum.com/forum/index.php?topic=2509.0
Eastman, G. (2008). Open access and the Harvard FAS deposit mandate. Retrieved from http://www.rowland.harvard.edu/resources/library/images/annual_08.pdf
Harnard, S. (2008). China's first OA mandate proposal: Hong Kong, Multi-Institutional. Retrieved from http://openaccess.eprints.org/index.php?/archives/477-Chinas-First-OA-Mandate-Proposal-Hong-Kong,-Multi-Institutional.html
National Institutes of Health Public Access. (n.d.). Determine applicability. Retrieved from http://publicaccess.nih.gov/determine_applicability.htm
National Institutes of Health Public Access. (2009). Frequently asked questions about the NIH Public Access Policy. Retrieved from http://publicaccess.nih.gov/FAQ.htm#c6
Open access for Hong Kong: The HK Open access committee. (n.d.). Retrieved from http://openaccess.hk/index.html
Oxford University Press. (2010). Author self-archiving policy. Retrieved from http://www.oxfordjournals.org/access_purchase/self-archiving_policya.html
Suber, P. (2008). What is open access. Retrieved from www.ip.qut.edu.au/files/
ROARMAP. (2010). ROARMAP (Registry of Open access repository material archiving policies). Retrieved from http://www.eprints.org/openaccess/policysignup/
The Regents of the University of California. (2010). NIH mandate. Retrieved from http://www.lib.berkeley.edu/scholarlycommunication/nih_mandate.html
The Research Grants Council. (2007). About the RGC. Retrieved from http://www.ugc.edu.hk/eng/rgc/about/about.htm
Queensland University of Technology. (2010). QUT ePrints repository for research output. Retrieved from http://www.mopp.qut.edu.au/F/F_01_03.jsp
University Grant Committee. (2007). About the UGC. Retrieved from http://www.ugc.edu.hk/eng/ugc/about/about.htm
Wellcome Trust. (n.d.) Open access policy. Retrieved from http://www.wellcome.ac.uk

เครื่องมือส่วนตัว