พลังงานน้ำ

จาก Thailand Science and Technology Wikipedia

ข้ามไปที่: นำทาง, ค้นหา
พพ. ได้ดำเนินการผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังน้ำทั้งโครงการขนาดใหญ่และโครงการขนาดเล็กด้วยการก่อสร้างเขื่อนและฝายกักเก็บน้ำเพื่อลดการนำเข้าน้ำมันเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้ามาตั้งแต่ปี

พ.ศ. 2507

สำหรับโครงการไฟฟ้าพลังน้ำขนาดใหญ่ซึ่ง พพ. ได้ดำเนินการนั้นเริ่มจากเขื่อนอุบลรัตน์ซึ่งเริ่มโครงการตั้งแต่ปี พ.ศ. 2507 มีกำลังการผลิตพระแสไฟฟ้า 25,000 กิโลวัตต์ เขื่อนน้ำพุงมีกำลังการ

ผลิตกระแสไฟฟ้า 6,300 กิโลวัตต์ และเขื่อนสิรินธรมีกำลังการผลิตกระแสไฟ้า 36,000 กิโลวัตต์

ต่อมาในปี พ.ศ. 2523 พพ. ได้โอนงานการผลิตไฟฟ้าทั้ง 3 เขื่อนดังกล่าวให้กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และเริ่มดำเนินการผลิตกระแสไฟฟ้าจากเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำขนาดเล็ก ซึ่งมีขนาด

กำลังการผลิตอยู่ที่ 200-6,000 กิโลวัตต์ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

การผลิตกระแสไฟฟ้าจากเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำขนาดเล็กสามารถทดแทนการใช้น้ำมันผลิตไฟฟ้าได้ โดยเฉพาะในท้องถิ่นห่างไกลที่ยังไม่มีสายไฟฟ้าเข้าถึง ส่วนในท้องที่ที่สายไไฟ้าเข้าถึง พพ. จะส่งไฟฟ้าที่

ผลิตได้เข้าสู่ระบบไฟฟ้าสายตรง ก่อนที่จะส่งกระแสไฟฟ้าให้กับผู้ใช้ต่อไป

ปัจจุบัน พพ. ได้ดำเนินการผลิตกระแสไฟฟ้าจากเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำขนาดเล็กเป็นจำนวน 22 แห่ง มีกำลังการผลิตรวม 43,318 กิโลวัตต์ ซึ่งนอกจากจะลดการผลิตกระแสไฟฟ้าโดยใช้น้ำมันได้แล้ว ยังเป็นการ

ช่วยส่งเสริมสร้างความมั่นคงให้กับระบบไฟฟ้าสายส่งให้แจกจ่ายไฟฟ้าได้อย่างสม่ำเสมออีกด้วย โดยในปี พ.ศ. 2548 พพ. สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังน้ำขนาดเล็กได้ถึง 97.25 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมง

คิดเป็นมูลค่าทั้งสิ้น114.78 ล้านบาท และขณะนี้ พพ. กำลังดำเนินโครงการผลิตกระแสไฟฟ้าจากเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำขนาดเล็กอีก 3 โครงการ คือ

เขื่อนไฟฟ้าพลังงานน้ำคลองทุ่งเพล จังหวัดจันทบุรี เป็นโครงการอันเนื่องในพระราชดำริสามารถกักเก็บน้ำเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าได้ประมาณปีละ 28.16 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมงเพื่อส่งเข้าสู่สายส่งไฟฟ้า

และยังสามารถปล่อยน้ำเพื่อใช้ประโยชน์ด้านอุปโภคและด้านเกษตรกรรมในจังหวัดจันทบุรี ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 58,800 ไร่

เขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำน่านตอนบน จังหวัดน่าน สามารถกักเก็บน้ำของแม่น้ำน่านเพื่อใช้อุปโภคบริโภคและการเกษตรครอบคุลมพื้นที่ได้กว่า 4,000 ไร่ และผลิตไฟฟ้าได้ปีละประมาณ 36.12 ล้าน

กิโลวัตต์ชั่วโมง

เขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำแม่กะไน จังหวัดแม่ฮ่องสอน ผลิตไฟฟ้าได้ปีละประมาณ 2.041 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมง ก่อนที่จะส่งกระแสไฟฟ้าที่ผลิตได้เข้าสู่สายไฟฟ้าต่อไป นอกจากการผลิตไฟฟ้าจากเขื่อน

พลังน้ำขนาดเล็กแล้ว พพ. ยังส่งเสริมให้ชุมชนระดับหมู่บ้านผลิตไฟฟ้าของชุมชนในรูปแบบสหกรณ์ด้วยต้นทุนที่ต่ำ ซึ่งมีขนาดกำลังการผลิตตั้งแต่ 0-200 กิโลวัตต์ โดยในปี พ.ศ. 2521 พพ. ได้พัฒนาและ

ผลิตเครื่องกังหันน้ำขึ้นมา 2 แบบ คือ แบบ Cross Flow เป็นกังหันที่ใช้กับแหล่งน้ำที่มีความแตกต่างของระดับน้ำระหว่าง 3-50 เมตร และแบบ Pelton ที่ใช้กับแหล่งน้ำที่มีความแตกต่างของระดับน้ำตั้งแต่

50 เมตรขึ้นไป รวมทั้งได้พัฒนาและผลิตเครื่องควบคุมความเร็วชนิดอิเลคทรอนิคส์ได้สำเร็จจึงทำให้เครื่องจักรผลิตไฟฟ้าพลังน้ำระดับหมู่บ้านเกือบทุกชิ้นมีราคาต่ำทั้งยังบำรุงรักษาง่ายและชาวบ้านสามารถ

ควบคุมดูแลเองได้

การผลิตไฟฟ้าพลังน้ำในรูปแบบสหกรณ์นี้ เปิดโอกาสให้ราษฎรมีส่วนร่วม ด้วยการให้ขุมชนจัดหาแรงงานและวัสดุก่อสร้างที่มีในท้องถิ่น โดย พพ. จะสนับสนุนเงินทุนสำหรับจัดซื้อเครื่องจัีกร อุปกรณ์และวัสดุ

คือ กังหันน้ำ เครื่องกำเนิดไฟฟ้า สายส่งไฟฟ้า ซึ่งหาไม่ได้ในท้องถิ่น พร้อมทั้งให้คำแนะด้านวิชาการช่วยตรวจสอบการก่อสร้าง ฝึกอบรมการควบคุมดูแลรักษาระบบ รวมทั้งจัดตั้งสหกรณ์ให้คนในชุมชน

ดำเนินการผลิต จำหน่ายและดูแลรักษาเองทั้งหมด ช่วยใ้หประชาชนมีไฟฟ้าใช่ในต้นทุนที่ต่ำ และสร้างการเรียนรู้และการมีส่วนร่วมของคนในชุมชน สร้างความเข้มแข็งให้ท้องถิ่นในด้านการบริหารจัดการและ

ด้านเทคโนโลยีเป็นการเสริมสร้างความรู้และอาชีพไปพร้อมกัน

ปัจจุบัน มีสหกรณ์ไฟฟ้าพลังน้ำระดับหมู่บ้านอยู่ถึง 39 แห่ง กำลังการผลิตรวม 1,155 กิโลวัตต์ และครัวเรือนที่ได้รับประโยชน์มีมากกว่าสามพันครัวเรือน

ที่มา: กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) กระทรวงพลังงาน

เครื่องมือส่วนตัว