จุฬาลงกรณ์เวชสาร

จาก Thailand Science and Technology Wikipedia

ข้ามไปที่: นำทาง, ค้นหา

Chulalongkorn Medical Journal

ISSN : 0125-6483

ปีที่เริ่มออก : ๒๔๙๗

กำหนดออก : รายเดือน

เจ้าของ : คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

เว็บไซต์ : http://www.asianbiomed.org/clmj/indexEng.php

ภาษา : ไทย/อังกฤษ

อยู่ในฐานข้อมูล :

ประวัติ :

จุฬาลงกรณ์เวชสาร เกิดขึ้นในปี พ.ศ. ๒๔๙๗ โดยกลุ่มอาจารย์ของจุฬาในยุคสมัยนั้น เห็นว่า การเผยแพร่ผลงานวิชาการของแพทย์ไทยไม่ค่อยแพร่หลายด้วยปัจจัยหลายประการ คือ

๑. ขาดวารสารที่จะลงพิมพ์ ต้องเขียนเรื่องไปขอลงในวารสารต่างประเทศ ซึ่งต้องมีเนื้อหาดี น่าสนใจ รวมทั้งภาษาที่ใช้เขียน เนื่องจากในขณะนั้น มีเพียง จ.พ.ส.ท. และสารศิริราช ซึ่งเพิ่งจะออกในปี พ.ศ. ๒๔๙๓

๒. เพื่อส่งเสริมมาตรฐานของแพทย์ที่จบแล้ว ในการฟื้นฟูความรู้ด้านวิชาการแพทย์

ศาสตราจารย์นายแพทย์เฉลี่ย วัชรพุกก์ นับว่าเป็นผู้บุกเบิกในการจัดทำจุฬาลงกรณ์เวชสาร โดยหลังจากที่จัดตั้งคณะแพทยศาสตร์ขึ้นที่่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์สำเร็จในปี พ.ศ. ๒๔๙๐ นั้น ท่านได้ศึกษาวิชาแพทย์และฝึกอบรมด้านศัลยกรรมจากประเทศอังกฤษ ได้รู้ได้เห็นแนวทางการดำเนินงานด้านการแพทย์ที่ทันสมัยของประเทศแถบตะวันตก จึงได้เกิดความคิดที่จะออกวารสารการแพทย์ของจุฬลงกรณ์ ตั้งแต่ประมาณปี พ.ศ. ๒๔๙๓ แต่เนื่องจากท่านมีภารกิจมาก ประกอบกับความไม่พร้อมหลายประการ จุฬาลงกรณ์เวชสารฉบับแรกจึงออกตีพิมพ์ถึง ๔ ปีต่อมา โดย จุฬาลงกรณ์เวชสาร ปีที่ ๑ ฉบับที่ ๑ ออกในเดือนมิถุนายน พ.ศ. ๒๔๙๗ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ความรู้วิชาการทางการแพทย์ และเพื่อจะเผยแพร่ให้บุคคลอื่นที่ไม่ได้เกี่ยวข้องหรือยังไม่ทราบกิจการในคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ให้เข้าใจดียิ่งขึ้น ท่านเป็นบรรณาธิการ ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๙๗ จนถึงปี พ.ศ. ๒๕๑๑ วารสารตีพิมพ์ปีละ ๓ เล่ม อัตราค่าสมาชิก ปีละ ๑๒ บาท

ในปลายยุคที่ ศาสตราจารย์นายแพทย์เฉลี่ย วัชรพุกก์ เป็นบรรณาธิการนั้น ประสบปัญหามากมาย ทั้งในด้านการขาดบทความที่จะตีพิมพ์ เงินอุดหนุนค่าพิมพ์ ความประณีตที่ทำให้ต้องใช้เวลาอย่างมาก ซึ่งขัดกับภารงานที่มากมายของแพทย์อยู่แล้ว แต่ด้วยความอุตสาหะ ทำให้ผลิตจุฬาลงกรณ์เวชสารที่มีเนื้อหาวิชาการ เต็มไปด้วยคุณภาพและทันสมัยในช่วงนั้นออกมาได้ แม้จะไม่สม่ำเสมอ และในช่วงนี้เองได้มีการงดพิมพ์วารสารประจำปี พ.ศ. ๒๕๐๘ และ ๒๕๐๙ ศาสตราจารย์นายแพทย์เกษม จิตรปฏิมา ได้เข้ามาช่วยแบ่งเบาภาระงาน และรับเป็นบรรณาธิการวารสารเต็มตัว ในช่วงปี พ.ศ. ๒๕๑๒-๒๕๑๕

ศาสตราจารย์นายแพทย์เกษม จิตรปฏิมา ได้เพิ่มวารสารจากปีละ ๓ ฉบับ มาเป็นปีละ ๔ ฉบับ โดยเริ่มตีพิมพ์ปีละ ๔ ฉบับ ในปีพ.ศ. ๒๕๑๐ วารสารฉบับแรกเป็นบทความภาษาไทย ส่วนฉบับที่ ๔ ของปีจะเป็นภาษาอังกฤษล้วน เพื่อยกมาตรฐานของวารสาร และเพื่อเผยแพร่วารสารไปยังห้องสมุดต่างประเทศ มีอาจารย์หลายท่านช่วยในกองบรรณาธิการ อาทิ นายแพทย์จรัส สุวรรณเวลา นายแพทย์พิทยา จันทรกมล นายแพทย์ประสาน ต่างใจ และนายแพทย์ประสิทธิ์ ฟูตระกูล โดย ๒ ท่านหลังรับผิดชองโดยตรงเกี่ยวกับวารสารฉบับภาษาอังกฤษ ซึ่งมีบทความวิชาการและความก้าวหน้าทงการแพทย์ของจุฬากับได้รวบรวมบทคัดย่อภาษาอังกฤษของบทความภาษาไทยที่ตีพิมพ์ในปีนั้นไว้

ในปี พ.ศ. ๒๕๑๕ มีการเปลี่ยนแปลงการบริหารและดำเนินงานของจุฬาลงกรณ์เวชสาร เมื่อ ศาสตราจารย์นายแพทย์สมัค พุกกะณะเสน ได้รับแต่งตั้งเป็นคณบดี คณะแพทยศาสตร์ ได้แต่งตั้งกรรมการขึ้นคณะหนึ่งโดยมี ศาสตราจารย์นายแพทย์จรัส สุวรรณเวลา เป็นประธาน ทำหน้าที่ดูแลงานวิชาการ รวมถึงจุฬาลงกรณ์เวชสารด้วย ศาสตราจารย์นายแพทย์จรัส สุวรรณเวลา จึงได้มอบหมายให้ รองศาสตราจารย์นายแพทย์วิชัย โปษยะจินดา เป็นบรรณาธิการ ซึ่งในยุคนั้นเป็นยุคน้ำมันแพง วารสารยังคงออกปีละ ๔ ฉบับ ไม่มีฉบับพิเศษสำหรับบทความภาษาอังกฤษอย่างเดียว แต่คละกันไป มีการเพิ่มคอลัมน์ด้านแพทยศาสตร์ศึกษา ซึ่งกำลังเป็นที่สนใจกันมาก มีปัญหาถามตอบ ปริศนาภาพ เพื่อให้ผู้อ่่านมีส่วนร่วมในการติดต่อกับผู้จัดทำ แต่วารสารยังคงออกได้ช้ากว่ากำหนด เนื่องจากเข้มงวดด้านคุณภาพ เนื้อหาของบทความและสำนวนภาษาที่ใช้

ในปี พ.ศ. ๒๕๑๙ ศาสตราจารย์นายแพทย์ศุภวัฒน์ ชุติวงศ์ ได้รับแต่งตั้งเป็นบรรณาธิการ ได้มีการเสนอให้คณะแพทยศาสตร์ช่่วยเหลือด้านการเงิน ทำให้จุฬาลงกรณ์เวชสารได้รับความอุปถัมภ์ด้านการเิงินเพื่อช่่วยเหลือในการจัดพิมพ์และจัดส่งวารสาร ปีละ ๔๐,๐๐๐ บาท และได้จัดเจ้าหน้าที่ฝ่ายธุรการมาช่วยงานโดยเฉพาะ ๑ คน คือคุณอารยา สุวรรณฤทธิ์ ในช่วงนี้ วารสารออกล่าช้ากว่ากำหนดเป็นปี จึงตัดสินใจงดจัดทำวารสารในปี พ.ศ. ๒๕๑๘ ที่ล่าช้าทั้งปี และเร่งออกวารสารที่ค้างก่อนหน้านั้นกับออกวารสารในปี พ.ศ. ๒๕๑๙ ใหม่ให้ทันกำหนดเวลา โดยเรียง volume ตามลำดับต่อมา

จุฬาลงกรณ์เวชสารได้งดออกวารสารประจำปี พ.ศ. ๒๕๐๘ ๒๕๐๙ และ ๒๕๑๘ นอกเหนือจากนั้น สามารถออกได้ครบทุก Volume ทุกปีเรื่อยมา

ในปี พ.ศ. ๒๕๒๐ อาจารย์แพทย์หญิงกนก บุณยะรัตเวช รับหน้าที่บรรณาธิการ ได้เริ่มมีการตรวจสอบเอกสารอ้างอิง การจัดมาตรฐานการอ้างอิงและการเขียนเอกสารอ้างอิงให้ได้ตามเกณฑ์มาตรฐานซึ่งปรับเปลี่ยนตามยุคสมัย โดยมีคุณวงศ์วรรณ วงศ์สุภา จากหอสมุดคณะแพทยศาสตร์เป็นผู้ช่วยในเรื่องนี้

ในช่วงที่ศาสตราจารย์นายแพทย์ศุภวัฒน์ ชุติวงศ์ และอาจารย์แพทย์หญิงกนก บุณยะรัตเวช เป็นบรรณาธิการนั้น จุฬาลงกรณ์เวชสารยังทำหน้าที่ในการจัดรวบรวมพิมพ์บทความที่นำเสนอในการประชุมวิชาการในแต่ละปีที่เห็นว่าสำคัญและน่าสนใจโดยใช้ชื่อ "หนังสือเวชปฏิบัติทั่วไป" เป็นเวลา ๕ ปีติดต่อกันและได้หยุดไป

ในปี พ.ศ. ๒๕๒๒ ศาสตราจารย์นายแพทย์มานิตย์ ลิมปพยอม รับตำแหน่งบรรณาธิการ

ในปี พ.ศ. ๒๕๒๔ ศาสตราจารย์นายแพทย์หญิงเสาวนีย์ จำเดิมเผด็จศึก เข้ารับตำแหน่งบรรณาธิการ วารสารออกปีละ ๖ ฉบับ ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๒๓

ในปี พ.ศ. ๒๕๒๖-๒๕๓๘ เป็นช่วงที่ศาสตราจารย์นายแพทย์เสก อักษรานุเคราะห์ เข้ารับตำแหน่งบรรณาธิการ ซึ่งนับว่าเป็นยุคที่มีการเปลี่ยนแปลงหลายประการ วารสารเริ่มออกปีละ ๑๒ ฉบับ เริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๒๗ สามารถเชิญชวนให้อาจารย์จากภาควิชาต่างๆ ร่วมทำหน้าที่บรรณาธิการประจำฉบับ ทำให้จุฬาลงกรณ์เวชสารแต่ละฉบับมี Theme ตามสาขาวิชา นอกจากนี้ ยังได้มีการกำหนดเกณฑ์มาตรฐานให้มีจำนวนบทความในแต่ละแบบตามความเหมาะสมและตามมาตรฐานต่างประเทศ เช่น มีนิพนธ์ต้นฉบับ (original article) อย่างน้อยฉบับละ ๓ เรื่อง และมีการผลักดันให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล โดยจัดพิมพ์นิพนธ์ต้นฉบับและรายงานผู้ป่วยเป็นภาษาอังกฤษ ส่วนบทความประเภทอื่นๆ ที่เป็นภาษาไทยก็กำหนดให้มีชื่อเรื่องและบทคัดย่อภาษาอังกฤษ รวมถึงคำบรรยายภาพ ตาราง เป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด มีการตรวจสอบด้านภาษา ลักษณะการอ้างอิงบทความอย่างละเอียด สามารถดำเนินการจะได้รับการพิจารณาจาก Index Medicus ซึ่งถือว่าเป็นฐานข้อมูลวารสารนานาชาิติที่เป็นยอมรับในวงการแพทย์

ในปี พ.ศ. ๒๕๓๘ ศาสตราจารย์นายแพทย์ุสุทธิพร จิตต์มิตรภาพ เป็นบรรณาธิการ จุฬาลงกรณ์เวชสาร ยังคงมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง มีการหาบทความจากสถาบันการศึกษาอื่นๆ การแต่งตั้ง Editorial Board ชาวต่างประเทศ แต่เนื่องจากชื่อวารสารบ่งบอกความเป็นสถาบันมากกว่าที่จะเป็นวารสารระดับนานาชาติ อัตราการปฏิเสธต่ำ (Rejection rate) ต่ำ จึงได้พยายามปรับเปลี่ยนชื่อวารสารให้เป็นสากล แต่ยังไม่ได้รับความเห็นชอบ

ในปี พ.ศ. ๒๕๔๙ คณะแพทยศาสตร์ ซึ่งประกอบด้วย ศาสตราจารย์นายแพทย์ภิรมย์ กมลรัตนกุล ซึ่งดำรงตำแหน่งคณบดี รองศาสตราจารย์ แพทย์หญิงวิไล ชินธเนศ รองคณบดีฝ่ายวิจัย ได้จัดทำวารสารเป็น ๒ ชุด ชุดละ ๖ เล่มต่อปี ชุดแรกออกในนามจุฬาลงกรณ์เวชสาร ส่วนอีกชุดออกในนาม Asian Biomedicine Journal และได้จ้างแพทย์อาวุโสชาวต่างประเทศที่มาร่วมงานอยู่ที่จุฬาฯ ระยะหนึ่งมาช่วยดำเนินการอย่างเต็มที่ โดยมีคุณลักษณะที่เข้าเกณฑ์การยอมรับว่าเป็นวารสารระดับนานาชาติ คือ ๑. ชื่อวารสาร บ่งบอกถึงความเป็นนานาชาติ ๒. มีกองบรรณาธิการ/บรรณาธิการ ชาวต่างประเทศ ร่วมกับคนไทย ๓. มี Editorial board ชาวต่างประเทศและเป็น Peer reviewer ๔. มีบทความที่ตีิิพืมพ์เป็นภาษาอังกฤษทั้งเล่ม ๕. บทความมาจากผู้นิพนธ์ต่างสถาบัน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ๖. มีจำนวนพิมพ์ต่อปี จำนวนเหมาะสม ตามสาขาของวารสารคือ ๖ ฉบับต่อปีและออกสม่ำเสมอ ตรงเวลา ประเด็นที่สำคัญ คือ คุณภาพของบทความ มีการอ้างอิงต่อ ผู้นิพนธ์มีชื่อเสียงระดับนานาชาติ อัตราการตอบรับและปฏิเสธบทความ วารสาร Asian Biomedicine ฉบับแรกออกในเดือนมิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๐

ในปี พ.ศ. ๒๕๕๑ วารสาร Asian Biomedicine ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ตามโครงการพัฒนาวารสารสู่ระดับนานาชาติ

ในปี พ.ศ. ๒๕๕๑ ได้พัฒนาสู่การเป็นวารสารระดับนานาชาติ โดยปรากฏอยู่ในฐานข้อมูล ISI Web of Science ตั้งแต่เดือนเมษายน พ.ศ. ๒๕๕๑

ในระหว่างปี พ.ศ. ๒๕๔๙ และ ๒๕๕๐ ได้รับการยอมรับจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) มีค่า Impact Factor ใน ISI Web of Knowledge 2008 JCR Science Edition รายงานโดยสำนักพิมพ์ Thomson Reuters ได้ประกาศค่า Impact Factor ๐.๘๗ โดยคำนวนจากการได้รับการอ้างอิงระดับนานาชาติ ๔๑ เรื่อง จากที่ลงตีพิมพ์ ๔๗ เรื่อง



อ้างอิง

สุทธิพร จิตต์มิตรภาพ, สมรัตน์ จารุลักษณานันท์. ปีที่สี่สิบของจุฬาลงกรณ์เวชสาร. จุฬาลงกรณ์เวชสาร ๒๕๓๙ มิ.ย. ๔๐( ๖ ): ๔๒๙-๓๖

MEDISCU King Chulalongkorn Memorial Hospital Quality Magazine ๒, ๕ (ต.ค.-ธ.ค. ๕๒)

เครื่องมือส่วนตัว