จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

จาก Thailand Science and Technology Wikipedia

ข้ามไปที่: นำทาง, ค้นหา

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นหนึ่งในสถาบันของประเทศไทยที่ได้จัดทำ OAJ โดยคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้จัดทำวารสารวิศวกรรมศาสตร์ (Engineering Journal) ซึ่งเป็น OAJ ที่ครอบคลุมเนื้อหาวิชาการ ข่าวสาร ความคิดเห็น งานวิจัย ทางด้านวิศวกรมศาสตร์และเทคโนโลยี โดยหวังให้เป็นแหล่งอ้างอิงคุณภาพสูง สำหรับวิศวกร และนักวิจัย ทั้งภาคการศึกษาและภาคอุตสาหกรรม วารสารวิศวกรรมศาสตร์แบ่งออกเป็น 3 หมวด
1. หมวดวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม พลังงาน และ ทรัพยากรธรรมชาติ (Section on Environment, Energy and Natural Resource Engineering)
2. หมวดเทคโนโลยีทางวิศวกรรม (Section on Engineering Technology)
3. หมวดวิศวศึกษา (Section on Engineering Study)

วารสารวิศวกรรมศาสตร์จะเผยแพร่ฉบับออนไลน์และตีพิมพ์ทุกสามเดือน บทความทุกฉบับที่ตีพิมพ์ในวารสารวิศวกรรมศาสตร์ จะผ่านการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่มีผลงานวิชาการและมีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับระดับประเทศ ทั้งนี้ผู้เขียนสามารถแนะนำผู้เชี่ยวชาญสำหรับให้เป็นผู้วิจารณ์บทความของตนเองได้ บทความส่วนใหญ่จะถูกพิจารณาแล้วเสร็จใน 8 สัปดาห์โดยประมาณ ผู้แต่งสามารถที่จะติดตามสถานะภาพของบทความได้ด้วยตนเอง นโยบายการเข้าถึงแบบเปิดของวารสารฉบับนี้ เปิดให้สาธารณชนสามารถเข้าถึงเนื้อหาสารบัญ และบทความแบบออนไลน์ได้ทันทีเพื่อเป็นการสนับสนุนการแลกเปลี่ยนความรู้แบบเสรี ผู้ใช้ที่สมัครเป็นสมาชิกวารสารวิศวกรรมศาสตร์ จะได้รับการแจ้งเตือนข่าวสาร สารบัญบทความวารสารใหม่ผ่านทางอีเมล ซึ่งบทความในวารวิศวกรรมศาสตร์ใช้สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ รูปแบบ by-nc-nd ดังภาพที่ 13 โดยลิขสิทธิ์ของบทความที่ตีพิมพ์ในวารสารฉบับนี้จะยังเป็นของผู้แต่ง และยินยอมให้สิทธิ์เผยแพร่กับทางวารสาร บทความที่ถูกเผยแพร่ในวารสารวิศวกรรมศาสตร์นี้จะสามารถนำไปใช้ได้ฟรีในการศึกษา และในทางที่ไม่เกี่ยวกับการค้า แต่จะไม่ได้รับอนุญาตให้ทำการดัดแปลง ต่อเติม หรือแก้ไขแต่อย่างใด (จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2553)

ภาพที่ 11 แสดงเครื่องหมายสัญญาอนุญาต Creative Commons รูปแบบ by-nc-nd (จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2553)

สรุป

การจัดทำ OA ของสถาบันหลายๆ แห่งในต่างประเทศ ปัจจุบันกำลังมีการพัฒนา โดยได้มีการปรับปรุงรูปแบบการจัดทำ OA ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบของการจัดทำ OAJ หรือ IR หลายๆ สถาบันได้มีการส่งเสริม ประชาสัมพันธ์การจัดทำ OA ผ่านกิจกรรมต่างๆ เช่น การจัดกิจกรรม Open Access Week การจัดทำ Open Access News ผ่านทางเว็บไซต์ของห้องสมุดมหาวิทยาลัย การจัดทำโครงการ หรือกองทุนเพื่อสนับสนุนเงินทุนให้แก่สมาชิกของสถาบันที่สนใจจะเผยแพร่ผลงานของตนในรูปแบบ OA ร่วมกับสำนักพิมพ์ที่จัดทำ OAJ ต่างๆ อีกทั้งรณรงค์สนับสนุนให้สมาชิกของสถาบันจัดเก็บผลงานทางวิชาการลงในคลังจัดเก็บของสถาบัน เพื่อช่วยเผยแพร่ผลงานออกไปให้กว้างขวาง และช่วยเพิ่มการเข้าถึงผลงานให้แก่บุคคลที่สนใจได้ แต่ในประเทศไทยนั้นเพิ่งจะมีการเริ่มจัดทำ OA เมื่อไม่นานมานี้ ซึ่งส่วนใหญ่ จะเป็นการจัดทำ OA ในรูปแบบของ IR มากกว่า โดยการใช้โปรแกรม Dspace การจัดทำ OA ในประเทศไทย ยังคงมีปัญหาอยู่หลายด้าน เช่น การใช้โปรแกรม Dspace แต่ไม่ได้ตั้งค่า Interoperability ทำให้ผู้ใช้ที่สนใจไม่สามารถค้นหาข้อมูลจากคลังของสถาบันผ่านทาง search engine อื่นๆ ได้ อีกทั้งเนื้อหาที่จัดเก็บไว้ใน IR ของสถาบันในประเทศไทยส่วนใหญ่ ยังมีการละเมิดลิขสิทธิ์ โดยการนำผลงานของผู้อื่นมาคัดลอกใส่ในผลงานของตน และกำหนดใช้สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ เสมือนว่าเป็นผลงานที่มาจากตนเอง กล่าวได้ว่าการจัดทำ OA ของสถาบันหลายแห่งในประเทศไทย ยังไม่สามารถกล่าวได้ว่าเป็นรูปแบบ OA ที่แท้จริง การนำสัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์มาใช้ หรือการใช้โปรแกรม Dsapce ในการพัฒนา ไม่จำเป็นจะต้องหมายความว่าผลงานนั้นๆ เป็น OA เสมอไป การที่จะถือได้ว่าผลงานนั้นเป็น OA หรือไม่ จะต้องวิเคราะห์ถึงนโยบายการจัดทำ OA ของสถาบันนั้นๆ รวมไปถึงวิเคราะห์ถึงในส่วนของเนื้อหาผลงานด้วย ว่ามีความเป็นวิชาการมากน้อยเพียงใด แล้วนำข้อสรุปจากการวิเคราะห์ทั้งหมด มาพิจารณาอีกที จึงจะสามารถประเมินได้ว่าผลงานนั้นเป็น OA อย่างแท้จริง

เครื่องมือส่วนตัว