การออกแบบและการคำนวณปริมาณเชื้อเพลิงในการสร้างจรวด
จาก Thailand Science and Technology Wikipedia
การออกแบบและการคำนวณปริมาณเชื้อเพลิงในการสร้างจรวด
การสร้างจรวดเพื่อปฏิบัติภารกิจแต่ละครั้ง ปริมาณเชื้อเพลิงที่ใช้จะต้องสัมพันธ์กับน้ำหนักบรรทุก (payload) ที่จะนำขึ้นไปกับจรวด น้ำหนักบรรทุกนั้นอาจเป็นน้ำหนักของ ดาวเทียม ยานอวกาศ หรือนักบินอวกาศ ดังนั้นการออกแบบและการคำนวณปริมาณเชื้อเพลิงที่ใช้ในแต่ละครั้งจึงมีความสำคัญมาก เพราะหากปริมาณเชื้อเพลิงไม่เหมาะสมอาจทำให้ยานหรือดาวเทียมที่ส่งขึ้นไปพร้อมกับจรวดไม่สามารถเดินทางไปยังวงโคจรที่ต้องการได้ ซึ่งอาจเลยออกไปสู่อวกาศหรือเดินทางไม่พ้นเขตแรงดึงดูดของโลก ทำให้ตกกลับลงมาได้ ตามหลักทั่วไป น้ำหนักของจรวดส่วนใหญ่คือน้ำหนักของเชื้อเพลิง 91% น้ำหนักของชิ้นส่วนโลหะและวัสดุต่างๆ ที่ประกอบเป็นโครงสร้างต่างๆ 3% และน้ำหนักบรรทุก 6% ในการปฏิบัติภารกิจแต่ละครั้ง สิ่งที่จะนำขึ้นไปด้วยจึงต้องผ่านการพิจารณาและออกแบบให้มีน้ำหนักเบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะน้ำหนักบรรทุก 1 กิโลกรัม หมายถึงเงินที่ต้องใช้เพื่อเป็นค่าเชื้อเพลิงนับล้านบาท ในกรณีที่มีมนุษย์อวกาศเดินทางไปด้วย ค่าใช้จ่ายจะยิ่งสูงมาก
จรวดส่วนใหญ่ที่ใช้ในยุคหลังเป็นจรวดแบบผสม คือใช้ทั้งเชื้อเพลิงแข็ง และเชื้อเพลิงเหลว และออกแบบกับเชื้อเพลิงเป็นตอนๆ หรือที่เรียกว่า "จรวดหลายตอน" (Multistage rocket) เมื่อเชื้อเพลิงตอนใดหมด ก็จะปลดตอนนั้นทิ้ง เพื่อให้เกิดความเร่งในการเอาชนะแรงดึงดูดของโลก การลดมวลด้วยการปลดจรวดทิ้งเป็นไปตามกฎของนิวตัน ข้อที่ 2 คือ ความเร่ง = แรง / มวล

