การส่งเสริมประดิษฐกรรม
จาก Thailand Science and Technology Wikipedia
การส่งเสริมประดิษฐกรรม
ในด้านการส่งเสริมประดิษฐกรรมนั้น อุปสรรคที่ใหญ่หลวงอีกอย่างหนึ่งซึ่งอาจจะหยั่งรากฝังลึกลงไปในความคิดของคนไทยมานานนับทศวรรษแล้วก็คือ ความไม่เชื่อถือในความสามารถและฝีมือของคนไทยด้วยกันเอง ความคิดนี้อาจเกิดมาจากบรรดาผู้นำในอดีตที่มีนิสัยฟุ้งเฟ้อ ชอบซื้อสินค้าต่างประเทศราคาแพงๆ ก็ได้ หรืออาจเกิดจากการกำหนดนโยบายด้านการศึกษาที่ผิดพลาดในอดีตที่สอนให้เรารู้จักซื้อมากยิ่งกว่าทำก็ได้ ย้อนกลับไปในอดีตคนไทยเคยสร้างเครื่องบินได้ เคยต่อเรือเดินทะเลได้ แต่ความสามารถนี้ไม่ได้รับการสนับสนุนรัฐบาลไม่ให้ทุนศคึกษาวิจัยเพราะคิดว่าเปลืองเงินเปล่าๆ สู้ซื้อสินค้าจากต่างประเทศมาใช้เลยไม่ได้
ผลสุดท้ายเวลานี้จึงปรากฏว่า คนไทยทำอะไรไม่เป็นสักอย่าง ในโรงเรียนมัธยมศึกษาหรือโรงเรียนอาชีวศึกษา ก็แทบจะไม่ได้ส่งเสริมให้เยาวชนไทยรู้จักประดิษฐ์คิดค้นเครื่องมือเครื่องใช้ใหม่ๆ มหาวิทยาลัยที่สอนด้านวิศวกรรมยื่งแล้วใหญ่ บางทีอาจจะผลิตเป็นแต่วิศวกรที่คิดทำโน่นทำนี่ได้แต่ลงมือทำไม่เป็น วิศวกรบางคนเรียนจบแล้วยังหันไปทำงานอื่นด้วยซ้ำไป ถึงเวลาแล้วหรือไม่ที่จะต้องบังคับให้ผู้จบทางด้านนี้ต้องทำงานให้รัฐสักคนละ 5ปี
สำนักงานส่งเสริมการลงทุนมีความภาคภูมิใจมากทุกครั้งที่นำสถิติมาเผยแพร่ว่ามีผู้สนใจมาลงทุนตั้งโรงงานจำนวนมาก คิดเป็นเงินลงทุนมากมาย แต่เมื่อมองลึกลงไปก็จะพบว่า ผู้ลงทุนเหล่านั้นไม่ได้ถ่ายทอดความรู้ด้านการออกแบบ การประดิษฐ์ หรือเทคโนโลยี การผลิตแก่คนไทยเลย เขาเหล่านั้นนำต้นแบบการผลิตและวัตถุดิบมาจากประเทศของเขาเพียงแต่มาใช้แรงงานและทรัพยากรของไทยแล้วก็เก็บเงินค่าขายสินค้ากลับประเทศ คงเหลือไว้ให้แต่เศษเงินเพียงเล็กๆ น้อยๆ เพราะภาษีก็ได้รับการยกเว้นไปแล้ว
เวลานี้ยังไม่มีบริษัทต่างประเทศรายใดที่เข้ามาประกอบการ เพราะติดใจฝีมือการออกแบบประดิษฐกรรมของวิศวกรไทยหรือเพราะความรู้และประสบการณ์ด้านไฮเทคของไทยนอกจากนั้นยังอาจจะไม่มีบริษัทใดที่ซื้อเทคโนโลยีระดับสูงจากไทยด้วย จะมีข้อยกเว้นก็แต่ในทางด้านเกษตร อาหาร และยา เพียงไม่กี่เรื่องเท่านั้น
การที่เราจะก้าวไปสู่สังคมสารสนเทศโดยที่คนไทยยังไม่ประสีประสาเรื่องเทคโนโลยีนี้จึงเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงมาก เพราะเท่ากับว่าเราจะต้องพึ่งพาอาศัยเทคโนโลยีของต่างประเทศตลอดเวลา ยิ่งเวลานี้รัฐสภาได้ตราพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ฉบับใหม่มาใช้บังคับแล้ว เรายิ่งจะต้องเสียเงินซื้อซอฟต์แวร์เพิ่มมากขึ้นเป็นทวีคูณ ถ้าเราไม่รีบเร่งสร้างความสามารถในการประดิษฐ์คิดค้นเสียแต่เนิ่นๆ แล้ว ประเทศไทยอาจจะหมดตัวก็ได้
ในเรื่องนี้รัฐบาลจะต้องรีบแก้ไข ด้วยการกำหนดนโยบายให้ปฎิวัติการศึกษาใหม่หมดโดยให้เปลี่ยนการสอนแบบตามบุญตามกรรมเป็นการศึกษาที่มีเป้าหมายนำไปสู่ความสามารถในการใช้สมอง และใช้มือทำงาน หันเหความคิดของเยาวชนจากความฟุ้งเฟ้อไปสู่ความคิดที่เป็นวิทยาศาสตร์ และมีความมุ่งมั่นที่จะสร้างสรรค์โลกที่ดีกว่าเดิม ทางที่ดีจะต้องรีบเปลี่ยนบทบาทของกรมการศึกษานอกโรงเรียนให้ทำหน้าที่ถ่ายทอดเทคโนโลยีไปสู่ชนบทและคนงานที่ต้องการรับการฝึกอบรมให้ทำงานในยุคสารสนเทศได้ กรมนี้ไม่ควรแย่งทำหน้าที่จัดการศึกษาตามรูปแบบ เพราะจะทำให้เกิดความเสียหายอย่างใหญ่หลวงต่ออนาคตของประเทศ ดังที่เห็นกันอยู่แล้วว่า บรรดาครูบาอาจารย์ที่รักและหวังดีต่ออนาคตประเทศล้วนแต่ไม่เห็นด้วยกับแนวทางของกรมนี้ทั้งสิ้น

