การพัฒนาแอนติบอดีอะเรย์สำหรับตรวจหาเชื้อก่อโรคในอาหาร
จาก Thailand Science and Technology Wikipedia
การพัฒนาแอนติบอดีอะเรย์สำหรับตรวจหาเชื้อก่อโรคในอาหาร
อุตสาหกรรมอาหารเป็นอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศไทย ปัจจุบัน “อาหารปลอดภัย” และ “การตรวจสอบย้อนกลับ” หรือ “จากฟาร์มสู่โต๊ะอาหาร” เป็นประเด็นที่ผู้บริโภคทั้งในและนอกประเทศ ให้ความสนใจอย่างมาก จุลินทรีย์อีโคไล ซาลมอนเนลลา และลิสทีเรีย เป็นจุลินทรีย์ก่อโรค ที่กฏหมายกำหนดไม่ให้มีปนเปื้อนในน้ำและอาหาร วิธีการตรวจที่เป็นที่ต้องการในปัจจุบันต้องทราบผลเร็วมีความไว (ตรวจสอบได้ แม้มีปริมาณจุลินทรีย์หรือสารปนเปื้อนต่ำ) ราคาถูก ใช้ตัวอย่างปริมาณน้อย สะดวกและดีกว่าวิธีที่มีอยู่ นอกจากนั้น ถ้าสามารถตรวจได้ครั้งละหลายๆตัวอย่างพร้อมกัน จะมีข้อได้เปรียบในการตรวจกรองเพื่อลดความเสี่ยงเนื่องจากมีตัวอย่างที่ต้องตรวจสอบจำนวนมาก
การตรวจหาจุลินทรีย์ก่อโรควิธีหนึ่ง คือ การใช้น้ำยาตรวจจับที่เรียกว่า แอนติบอดีที่มีความจำเพาะต่อจุลินทรีย์แต่ละชนิดที่ต้องการตรวจ ดร.นศรา การุณอุทัยศิริ และคณะ จากศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ได้พัฒนาแอนติบอดีอะเรย์ เพื่อตรวจหาจุลินทรีย์ก่อโรค 3 ชนิดในอาหาร คือ อีโคดลโอ 157 เอช7 ซาลมอนเนลลา และลิสทีเรีย โดยนำแอนติบอดีที่จำเพาะต่อจุลินทรีย์แต่ละชนิดพิมพ์ลงบนแผ่นสไลด์แก้วโดยสามารถพิมพ์ได้หลายจุดหรือหลายตำแหน่ง และสามารถเลือกได้ว่าแอนติบอดีชนิดใดอยู่ตรงตำแหน่งใด โดยวิธีนี้นอกจากตรวจตัวอย่างได้หลายตัวอย่างพร้อมกันแล้ว ยังตรวจเชื้อ 3 ชนิดในตัวอย่างเดียวกันได้พร้อมกัน โดยนำตัวอย่างที่ต้องการตรวจเติมงบนแผ่นสไลด์ ถ้ามีจุลินทรีย์ที่ต้องการตรวจอยู่ จุลินทรีย์จะถูกจับโดยแอนติบอดีที่จำเพาะต่อจุลินทรีย์นั้น หลังจากเติมแอนติบอดีรวมที่จำเพาะต่อจุลินทรีย์ทั้ง 3 ชนิด ที่มีการติดฉลากเรืองแสง ถ้าตัวอย่างมีจุลินทรีย์ก่อโรคอยู่ชนิดเดียวจะเห็นจุดเรืองแสง 1 จุด ถ้ามีจุลินทรีย์ก่อโรค 2 หรือ 3 ชนิด จะเห็นจุดเรืองแสง 2 หรือ 3 จุด เป็นต้น การวัดการเรืองแสง อาจใช้แผ่นฟิล์มเอ็กเรย์หรือเครื่องวัดความเข้มแสง
แอนติบอดีอะเรย์ มีความไวเทียบเท่าวิธีมาตรฐาน เช่น อีไลซ่า แต่ใช้เวลาตรวจเพียง 1 ชั่วโมง เทียบกับอีไลซ่าที่ใช้เวลา 4 ชั่วโมง ใช้แอนติบอดีปริมาณน้อย ทำให้ต้นทุนต่ำลง ตรวจหาเชื้อ 3 ชนิด ได้พร้อมกันและครั้งละหลายตัวอย่าง มีความจำเพาะต่อเชื้อสูง สามารถพัฒนาเป็นแผ่นชิพเพื่อการตรวจในปริมาณมากๆได้
ติดต่อขอรายละเอียดเพิ่มเติม โปรแกรมการวิจัยพัฒนาและนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรมอาหาร ฝ่ายบริหารจัดการคลัสเตอร์และโปรแกรมวิจัย (CPMO) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โทร. 02 564 6700 ต่อ 3438 (นิธิกานต์) e-mail : nitikan@nstda.or.th

