การพัฒนาพ่อแม่พันธุ์กุ้งกุลาดำจากการเลี้ยง

จาก Thailand Science and Technology Wikipedia

ข้ามไปที่: นำทาง, ค้นหา

ประเทศผู้ผลิตกุ้งส่วนใหญ่เป็นประเทศในแถบเอเชีย อาทิ ไทย จีน อินโดนีเซีย มีผลผลิตรวมประมาณร้อยละ 85 ของผลผลิตทั้งโลก (World Shrimp Farming, 2005) แหล่งเพาะเลี้ยงที่สำคัญของประเทศไทยอยู่บริเวณพื้นที่ชายฝั่งทะเล และพื้นที่ตอนในเขตน้ำกร่อยของภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ ปี พ.ศ.2550 เกษตรกรไทยมีสัดส่วนการเลี้ยงกุ้งขาว ร้อยละ 98 และกุ้งกุลาดำร้อยละ 2 ซึ่งมีโครงสร้างต่างไปจากอดีตที่เพาะเลี้ยงกุ้งกุลาดำเป็นส่วนใหญ่ ทั้งนี้เนื่องจากปัญหาการขาดแคลนพ่อแม่พันธุ์กุ้งกุลาดำและการระบาดของโรค เกษตรกรจึงหันมาเลี้ยงกุ้งขาว ซึ่งโตเร็ว เลี้ยงง่าย และมีการนำเข้าพ่อแม่พันธุ์เลี้ยงจากฮาวาย

อย่างไรก็ตาม กุ้งกุลาดำขนาดใหญ่เป็นเสมือนเอกลักษณ์ของกุ้งไทย ผู้ส่งออกมีความเห็นตรงกันว่าถ้าสามารถเลี้ยงกุ้งกุลาดำให้มีขนาดใหญ่ได้ จะมีตลาดอย่างแน่นอน แต่ปัญหาสำคัญที่สุดที่ต้องได้รับการแก้ไขคือการขาดแคลนพ่อแม่พันธุ์กุ้ง เนื่องจากพ่อแม่พันธุ์คุณภาพดีจากธรรมชาติเริ่มหายาก (ความต้องการใช้พ่อแม่พันธุ์ในแต่ละปีสูงถึง 350,000 ตัว) มีราคาเฉลี่ย 4,000-5,000 บาท/ตัว และคุณภาพเริ่มต่ำลง พ่อแม่พันธุ์ไม่แข็งแรง ติดโรค และตายมากขึ้นหลังตัดตา รวมทั้งวางไข่ในปริมาณต่ำ ส่งผลให้ผลผลิตและอัตราการรอดของลูกกุ้งต่ำและเกษตรกรมีต้นทุนสูงขึ้น

เนื่องจากพ่อแม่พันธุ์ต้องปราศจากโรคหลายชนิด เช่น ไวรัสหัวเหลือง ตัวแดงวงขาว และไวรัสทอร่า จึงจำเป็นต้องมีที่เพาะเลี้ยงและเก็บพ่อแม่พันธุ์ในระบบปลอดโรค ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) จึงได้จัดตั้ง ศูนย์วิจัยและพัฒนาสายพันธุ์กุ้ง (Nucleus Breeding Center: NBC) ขึ้นที่ อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี ภายใต้ความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กองทัพเรือ และชมรมผู้เลี้ยงกุ้งสุราษฎร์ธานี เพื่อเป็นที่วิจัยและเก็บพ่อแม่พันธุ์ที่มีคุณภาพ เพื่อกระจายไปให้ผู้ที่ต้องการผลิตพ่อแม่พันธุ์กุ้งกุลาดำต่อไป โดยก่อนนำกุ้งส่งเข้าศูนย์วิจัยและพัฒนาสายพันธุ์ กุ้งทุตัวต้องถูกนำไปศูนย์กักกันสัตว์น้ำ (Qurantine Center) เพื่อตรวจสอบโรค ที่มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จังหวัดนครศรีธรรมราช

ในการทดสอบการเลี้ยงและขยายพันธุ์พ่อแม่กุ้ง ไบโอเทค ร่วมกับมหาวิทยาลัยบูรพา วิทยาเขตสารสนเทศจันทบุรี จัดตั้งศูนย์เพิ่มจำนวนพ่อแม่พันธุ์กุ้ง (Broodstock Multiplication Center: BMC) เพื่อขยายจำนวนกุ้งพ่อแม่พันธุ์ เพื่อเป็นการทดสอบคุณภาพของพ่อแม่พันธุ์กุ้งที่มาจากการเลี้ยง

พ่อแม่พันธุ์ที่คัดเลือกแล้วจากศูนย์วิจัยและพัฒนาสายพันธุ์กุ้ง จะถูกส่งไปเลี้ยงต่อและขยายจำนวนพ่อแม่พันธุ์ ที่ศูนย์เพิ่มจำนวนพ่อแม่พันธุ์กุ้ง มหาวิทยาลัยบูรพา วิทยาเขตจันทบุรี ซึ่งปัจจุบันมีความสามารถในการเพิ่มจำนวนกุ้งที่รับจาก NBC ให้เป็นพ่อแม่พันธุ์อายุ 1.5 ปี ได้ปีละ 3,000 ตัว พ่อแม่พันธุ์ที่เจริญพันธุ์เต็มที่ถูกส่งไปโรงเพาะฟัก เพื่อผลิตลูกกุ้งส่งให้เกษตรกรไปทำการเลี้ยงต่อไป

ไบโอเทค สนับสนุนการทดสอบการเจริญเติบโตของลูกกุ้งที่ได้จากพ่อแม่พันธุ์เลี้ยง โดยร่วมมือกับ โรงเพาะฟักเอกชนภาคใต้ (ธรรมชาติฟาร์ม จังหวัดสงขลา และ ภาคตะวันออก (บรรจงฟาร์ม จังหวัดฉะเชิงเทรา) ส่งพ่อแม่พันธุ์ที่มาจากบ่อเลี้ยงไปยังโรงเพาะฟักเพื่อการผลิตลูกกุ้ง โดยผลิตลูกกุ้งให้เกษตรกรทดสอบแล้ว 7 รอบ เป็นจำนวนลูกกุ้งทั้งหมด 11.9 ล้านตัว โดยสมาคมกุ้งตะวันออกไทย และชมรมผู้เลี้ยงกุ้งสุราษฎร์ธานี เป็นผู้คัดเลือกเกษตรกรในโครงการ โดยมี มหาวิทยาลัยบูรพา วิทยาเขตจันทบุรี และ NBC ทำหน้าที่ติดตามผลการเลี้ยงอย่างใกล้ชิด ผลการทดสอบในปี 2550-2552 เกษตรกรได้ผลผลิตเฉลี่ย 1 ตันต่อไร่ ขนาดเฉลี่ยกุ้งประมาณ 40-50 ตัว/กิโลกรัม อายุ 3-5 เดือน มีเกษตรกรแจ้งความประสงค์ขอรับลูกกุ้งไปทดสอบอย่างต่อเนื่อง

ในปี พ.ศ.2549-2552 ไบโอเทค สนับสนุนพ่อแม่พันธุ์และลูกพันธุ์จากพ่อแม่พันธุ์คิดเป็นมูลค่า 1.19 ล้านบาท เมื่อคำนวณผลผลิตกุ้งในฟาร์มที่ทำการทดสอบจำนวน 48 ราย ที่เก็บเกี่ยวผลผลิตแล้ว รวมทั้งสิ้น 65,000 กิโลกรัม คิดเป็นรายได้ 11 ล้านบาท เมื่อหักค่าใช้จ่ายที่เกษตรกรลงทุน 5.12 ล้านบาท และค่าลูกพันธุ์ เกษตรกรมีกำไร 6 ล้านบาท ผลการทดสอบประสิทธิภาพลูกกุ้งได้ถูกประชาสัมพันธ์ไปสู่สมาคม/ชม/กลุ่มเกษตรกร ส่งผลให้เกษตรกรกลุ่มอื่นๆ สนใจร่วมทดสอบลูกกุ้งดังกล่าว เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมวิจัยและพัฒนาสายพันธุ์กุ้งกุลาดำของประเทศไทยต่อไป

แหล่งข้อมูล

เครื่องมือส่วนตัว