การพัฒนาพันธุ์ข้าวและผลิตภัณฑ์จากข้าวเสริมธาตุเหล็ก
จาก Thailand Science and Technology Wikipedia
ภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กเป็นปัญหาสำคัญของประเทศไทย การขาดธาตุเหล็กส่งผลต่อภาวะโลหิตจางหรือซีดซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิต มักเกิดในช่วงวัยที่ร่างกายมีความต้องการธาตุเหล็กสูง เช่น ในวัยเด็กที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว หญิงวัยเจริญพันธุ์ที่มีการสูญเสียเลือดจากประจำเดือน และหญิงตั้งครรภ์ ดังนั้น การป้องกันโรคโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กโดยเฉพาะในกลุ่มคนยากจนและผู้ด้อยโอกาสจึงต้องเร่งแก้ไข
หน่วยปฏิบัติการค้นหาและใช้ประโยชน์ยีนข้าว ซึ่งเป็นหน่วยปฏิบัติการวิจัยร่วมระหว่างมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) ได้รับการสนับสนุนจาก สำนักคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ ในการปรับปรุงพันธุ์ข้าวเจ้าสีขาวและสีม่วงเข้มสายพันธุ์ใหม่ที่มีธาตุเหล็กสูง โดยข้าวเจ้าสีขาวพันธุ์ใหม่มีธาตุเหล็กสูงถึง 2.8 มิลลิกรัม/100 กรัม และข้าวเจ้าสีม่วงเข้มมีธาตุเหล็กสูงถึง 3.05 มิลลิกรัม/100 กรัม และยังผลิตข้าวเจ้าหอมนิลที่มีปริมาณไฟเทตต่ำโดยวิธีการกลายพันธุ์ จากการที่ไฟเทตยับยั้งการดูดซึมของธาตุเหล็กในกระเพาะอาหาร จึงทำให้ความเป็นประโยชน์ของธาตุเหล็กในข้าวที่มีไฟเทตต่ำ สูงขึ้น
นอกจากนี้ ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สนับสนุน นางสาวสุภารัตน์ เรืองมณีไพฑูรย์ และนางจุฬาลักษณ์ จารุนุช นักวิจัย สถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารที่มีธาตุเหล็กสูง 2 รูปแบบ คือ เส้นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และขนมขบเคี้ยวชนิดสุกพอง โดยใช้แป้งข้าวทดแทนแป้งสาลีบางส่วน และเสริมธาตุเหล็กในผลิตภัณฑ์ร้อยละมากกว่า 20 ของ RDI Recommended Daily Intake คือ ปริมาณที่แนะนำให้บริโภคต่อวัน) ผลิตภัณฑ์อาหารธาตุเหล็กสูงจากข้าว ผลิตจากแป้งข้าวแบบโม่แห้งที่ทำจากข้าวกล้องพันธุ์ สุพรรณบุรี 90 ข้าวกล้องพันธุ์หอมนิล 313 และพันธุ์หอมนิล 1000 ซึ่งมีปริมาณธาตุเหล็กในข้าวร้อยละ 1.24, 2.04 และ 2.22 มิลลิกรัมต่อ 100 กรัมน้ำหนักแห้ง ตามลำดับ และเติมธาตุเหล็กเสริม ผลิตภัณฑ์ที่ได้มีสีเปลี่ยนแปลงไปตามปริมาณธาตุเหล็กที่เติม และเปอร์เซ็นต์ของแป้งข้าวผสม
เส้นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเสริมธาตุเหล็กใช้แป้งข้าวจากการโม่แห้งและบดละเอียด เพื่อทดแทนแป้งสาลีประมาณร้อยละ 30 และเสริมธาตุเหล็กเฟอรัสซัลเฟต ซึ่งเป็นธาตุเหล็กที่มีราคาถูกกว่าธาตุเหล็กในรูปแบบอื่น (ประมาณ 120 บาท / กก.) ในปริมาณประมาณร้อยละ 32 RDI โดยบะหมี่มีสีเหลืองลดลง และสีคล้ำขึ้นเล็กน้อยเมื่อปริมาณธาตุเหล็กเพิ่มขึ้น ผลิตภัณฑ์ที่ได้มีธาตุเหล็กอยู่ประมาณร้อยละ 28-29 RDI สำหรับขนมขบเคี้ยวชนิดสุกพองผลิตด้วยเครื่องเอกซ์ทรูดเดอร์ชนิดสกรูคู่ โดยใช้ความเร็วรอบในช่วง 350 รอบ/นาที และเสริมธาตุเหล็กชนิดเฟอรัสซัลเฟต ในปริมาณไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 RDI มีราคาต้นทุนต่อหน่วยภาชนะบรรจุ (30 กรัม) ประมาณ 3.88 บาท ผลิตภัณฑ์อาหารธาตุเหล็กสูงจากข้าวได้รับการวิเคราะห์คุณค่าอาหารในรูปแบบของฉลากโภชนาการ มีธาตุเหล็กมากกว่าร้อยละ 20 RDI เพื่อตอบสนองผู้บริโภคในกลุ่มวัยเรียนอายุ 6-14 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงต่อการขาดธาตุเหล็กและภาวะโลหิตจาง เมื่อบรรจุผลิตภัณฑ์ในถุงเมทัลไลซ์ขนาด 50 มิลลิกรัม เก็บรักษาที่อุณหภูมิห้องได้นาน 4 เดือน ไม่มีกลิ่นหืนหรือกลิ่นแปลกปลอมจากเหล็ก และปริมาณธาตุเหล็กไม่เปลี่ยนแปลง
ติดต่อขอรายละเอียดเพิ่มเติม :ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ 113 อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี 12120 โทรศัพท์ 0 2564 6700 โทรสาร 0 2564 6701-5



