การผลิตตัวอ่อนโคนมด้วยวิธีปฏิสนธินอกร่างกายในเชิงพาณิชย์

จาก Thailand Science and Technology Wikipedia

ข้ามไปที่: นำทาง, ค้นหา

ที่มาของปัญหา

ประเทศไทย ศึกษาวิจัยและพัฒนาเกี่ยวกับตัวอ่อนโคนมมานานแล้ว เริ่มจากการซื้อตัวอ่อนจากต่างประเทศและฝากให้แม่โคตัวรับ หลังจากนั้น มีการพัฒนาเทคโนโลยีผลิตตัวอ่อนขึ้นในประเทศโดยกระบวนการกระตุ้นแม่โคให้ตกไข่จำนวนมาก เทคนิคการเลี้ยงตัวอ่อนในจานแก้ว และเทคโนโลยีโคลนนิ่ง แม้การพัฒนาเทคโนโลยีด้านนี้จะดำเนินไปมาก แต่ยังอยู่ในวงจำกัด และไม่ก้าวหน้าเท่าที่ควร เนื่องจากการขาดแคลนรังไข่คุณภาพดีจากโรงงานฆ่าสัตว์ และแม้มีเทคนิคการใช้อัลตราซาวน์เพื่อเจาะเก็บเซลล์ไข่จากโคมีชีวิต แต่แม่โคมีราคาแพงและค่าใช้จ่ายการเลี้ยงดูสูง ประกอบกับเก็บเซลล์ไข่ได้น้อยและไม่สม่ำเสมอ จึงมีปัญหาการขาดแคลนเซลล์ไข่สำหรับงานวิจัยเพื่อผลิตตัวอ่อนโคนมครั้งละมากๆ


การแก้ไข

ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) ร่วมกับ ห้างหุ้นส่วนจำกัดน้ำฝนฟาร์ม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี และ มหาวิทยาลัยวิสคอนซิน-เมดิสัน สหรัฐอเมริกา ที่มีเซลล์ไข่ของโคนมพันธุ์ขาว-ดำที่พันธุกรรมดีหาได้ง่ายและราคาถูก ดำเนินโครงการผลิตตัวอ่อนโคนมด้วยวิธีปฏิสนธินอกร่างกายในเชิงพาณิชย์ เพื่อผลิตตัวอ่อนโคนมจำนวนมาก ในราคาพอสมควร เมื่อนำมาย้ายฝากให้แม่โคตัวรับในประเทศไทย จะช่วยสร้างฝูงโคนมพันธุ์ดีขึ้นในประเทศได้อย่างรวดเร็ว


ผลการดำเนินงาน

จากการดำเนินโครงการฯ ผลิตตัวอ่อนโคนมได้ทั้งสิ้น 3,731 ตัว มีต้นทุนการผลิตเท่ากับ 634 บาท/ตัวอ่อน ตัวอ่อนแช่แข็งที่ได้จากกระบวนการปฏิสนธินอกร่างกาย ถูกนำไปทดสอบอัตราความสำเร็จของการย้ายฝากตัวอ่อนจากกระบวนการปฏิสนธินอกร่างกาย โดยใช้ตัวอ่อนที่มาจากการแช่แข็งและใช้แม่โคตัวรับในฟาร์มของห้างหุ้นส่วนจำกัดน้ำฝนฟาร์ม อ.วังม่วง จ.สระบุรี พบว่า ตัวอ่อนที่เข้าสู่ระยะการแบ่งเซลล์ในวันที 7 และ 8 ของการเลี้ยงในจานแก้ว มีความเหมาะสมที่จะนำมาย้ายฝากให้กับแม่โคตัวรับ และมีอัตราการตั้งท้องดีที่สุดร้อยละ 27 จากฤดูการย้ายฝากปี 2549-2550 มีลูกโคที่เกิดจากการย้ายฝากตัวอ่อน 57 ตัว ลูกโคมีสภาพร่างกายที่แข็งแรงสมบูรณ์ ไม่พบปัญหาคลอดยากอันเนื่องมาจากลูกโคมีน้ำหนักแรกคลอดสูงตามที่เคยมีรายงานการศึกษาวิจัยในต่างประเทศ

เครื่องมือส่วนตัว