การถ่ายทอดพันธุ์ข้าวขาวดอกมะลิ 105 ทนน้ำท่วมฉับพลัน สู่เกษตรกร
จาก Thailand Science and Technology Wikipedia
ปัญหาน้ำท่วมนาข้าวจากอุทกภัยเกิดเป็นประจำเกือบทุกปีโดยเฉพาะในพื้นที่อาศัยน้ำฝน แม้การปลูก ข้าวต้องปล่อยให้น้ำท่วมขังประมาณ 2 - 3 นิ้วในแปลงนา แต่การเกิดน้ำท่วมฉับพลันในระดับสูงท่วมต้นข้าว และขังอยู่เป็นเวลานาน ทำให้ต้นข้าวที่ปลูกอยู่โดยทั่วไปตายหลังน้ำท่วมขังเพียงไม่กี่วัน ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) โดยหน่วยปฏิบัติการค้นหาและใช้ประโยชน์ยีนข้าวร่วมมือกับ มหาวิทยาเกษตรศาสตร์ กรมการข้าว (กระทรวงเกษตรและสหกรณ์) และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา ปรับปรุงสายพันธุ์ข้าวขาวดอกมะลิ 105 ให้ทนต่อน้ำท่วมฉับพลัน พันธุ์ข้าวที่พัฒนาขึ้นทนต่อน้ำท่วมขังได้นานประมาณ 15 - 21 วัน และเมื่อทดลองปลูกในพื้นที่เสี่ยงต่อน้ำท่วมฉับพลัน ในปีการเพาะปลูก 2547/2548 ที่จังหวัดหนองคาย พบว่า สายพันธุ์ข้าวขาวดอกมะลิ 105 ทนน้ำท่วม ทนต่อน้ำท่วมและฟื้นตัวหลังน้ำท่วมได้ดีกว่าสายพันธุ์ข้าวขาวดอกมะลิ 105 พันธุ์ปกติ โดยให้ผลผลิตเฉลี่ย 303 กิโลกรัมต่อไร่ ในขณะที่สายพันธุ์ข้าวขาวดอกมะลิ 105 พันธุ์ปกติเสียหายจากน้ำท่วม ให้ผลผลิตเฉลี่ยเพียง 56 กิโลกรัมต่อไร่
เนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนมพรรษา 80 พรรษา ไบโอเทคร่วมกับ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กรมการข้าว และมูลนิธิข้าวไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ น้อมเกล้าฯ ถวายเมล็ดพันธุ์ข้าวขาวดอกมะลิ 105 ทนน้ำท่วมฉับพลัน จำนวน 3,000 กิโลกรัม แด่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในงานประชุมวิชาการประจำปี 2550 ของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ และทรงพระราชทานเมล็ดพันธุ์ดังกล่าวแก่สมาชิกสมาพันธ์เกษตรอินทรีย์แห่งประเทศไทย เพื่อนำไปแจกจ่ายให้สมาชิกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์เพื่อแจกจ่ายให้เกษตรกรผู้ประสบภัยน้ำท่วมใช้ปลูกและขยายพันธุ์
สมาพันธ์เกษตรอินทรีย์แห่งประเทศไทย ได้แจกจ่ายเมล็ดข้าวพันธุ์ขาวดอกมะลิ 105 ทนน้ำท่วมฉับพลัน ให้เกษตรกรที่เป็นสมาชิกข้าวคุณธรรม จำนวน 45 คน ในพื้นที่ 150 ไร่ ใน 3 จังหวัด คือ จ.ยโสธร ได้แก่ อ.เมือง อ.ทรายมูล อ.กุดชุม อ.คำเขื่อนแก้ว อ.ป่าติ้ว จ.อำนาจเจริญ ได้แก่ อ.เมือง อ.หัวตะพาน และ จ.ศรีษะเกษ ได้แก่ อ.โนนคูณ ได้ผลผลิตในปี พ.ศ. 2550 ทั้งหมดประมาณ 37,500 กิโลกรัม (ผลผลิตเฉลี่ย 220-500 กิโลกรัมต่อไร่) ทั้งนี้ สมาพันธ์เกษตรอินทรีย์แห่งประเทศไทย ได้จัดตั้งกองทุนเมล็ดพันธุ์ข้าวพระราชทาน เพื่อกระจายเมล็ดพันธุ์ข้าวขาวดอกมะลิ 105 ทนน้ำท่วมฉับพลัน โดยเกษตรกรที่ได้รับเมล็ดพันธุ์ในปี พ.ศ. 2550 ต้องนำเมล็ดพันธุ์มาคืนเข้ากองทุนฯ เพื่อแจกจ่ายให้กับเกษตรกรรายอื่นปลูกในปี พ.ศ. 2551 ต่อไป โดยเกษตรกรได้นำผลผลิตปี พ.ศ. 2550 เข้ากองทุนเมล็ดพันธุ์ข้าวพระราชทาน จำนวน 2,000 กิโลกรัม นอกจากนี้ เทศบาลตำบลน้ำปลีก อ.เมือง จ.อำนาจเจริญ
ได้ตั้งโครงการจัดทำแปลงสาธิตปลูกข้าวพันธุ์ขาวดอกมะลิ 105 ทนน้ำท่วมฉับพลัน จำนวน 10 ไร่ ในปี พ.ศ. 2551 โดยเมล็ดพันธุ์ที่ได้จะแจกจ่ายให้กับเกษตรที่ต้องการเมล็ดพันธุ์ไปปลูกในพื้นที่เสี่ยงต่อน้ำท่วมต่อไป
ในส่วนของจังหวัดอุตรดิตถ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ มอบหมายให้ สำนักงานเกษตรจังหวัดอุตรดิตถ์ สำรวจพื้นที่ที่เหมาะสมและคัดเลือกเกษตรกร เพื่อปลูกและขยายข้าวพันธุ์ขาวดอกมะลิ 105 ทนน้ำท่วมฉับ พลัน ในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อ.เมือง อ.ลับแล และ อ.ท่าปลา มีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการ 20 คน ในพื้นที่ 71 ไร่ โดยในปี พ.ศ. 2550 ได้ผลผลิตทั้งหมดประมาณ 35,000 กิโลกรัม (ผลผลิตเฉลี่ย 460-615 กิโลกรัมต่อไร่)
ในภาพรวม ผลการปลูกข้าวขาวดอกมะลิ 105 ทนน้ำท่วมฉับพลัน ในปี พ.ศ. 2550 ภายใต้สภาพปกติได้ผลผลิตเฉลี่ย 220-615 กิโลกรัมต่อไร่ ไม่แตกต่างจากพันธุ์ข้าวขาวดอกมะลิ 105 เดิม มีลำต้นแข็งแรง รวงยาว เมล็ดติดดี ไม่ร่วงง่าย น้ำหนักเมล็ดดี เมล็ดข้าวเปลือกและข้าวสารยาวสวย มีกลิ่นหอมเหมือนพันธุ์ขาวดอกมะลิ 105 เดิม และให้ผลผลิตดีแม้เจอสภาพแล้ง เกษตรกรมีความพึงพอใจ และเก็บเมล็ดพันธุ์ที่ได้เพื่อปลูกในแปลงของตนเองและแจกจ่ายให้กับเกษตรกรคนอื่นๆในหมู่บ้านต่อไป



