การตรวจและการพยากรณ์ การเกิดโรคไข้เลือดออกชนิดรุนแรง
จาก Thailand Science and Technology Wikipedia
โรคไข้เลือดออก เป็นปัญหาสำคัญทางด้านสาธารณสุขของประเทศ เกิดจากการติดเชื้อไวรัสเต็งกี่ที่มียุงลายเป็นพาหะ ไวรัสเต็งกี่มีทั้งหมด 4 ชนิด (เต็งกี่ 1-4) การระบาดของไวรัสแต่ละชนิด ในแต่ละพื้นที่และช่วงเวลาแตกต่างและสลับกันไป ตัวอย่างเช่นในปี 2546 การระบาดของไข้เลือดออกเกิดจากเต็งกี่ชนิด 2 และในปี พ.ศ.2547 การระบาดของไข้เลือดออกเกิดจากเต็งกี่ชนิด 1 โดยทั่้วไป เมื่อคนเราติดเชื้อครั้งแรก มักสร้างภูมิคุ้มกัน ทำให้ป้องกันการติดเชื้อซ้ำได้แต่ในกรณีของไข้เลือดออก พบว่าผู้ติดเชื้อเต็งกี่ครั้งที่ 2 มักมีอาการรุนแรงกว่าครั้งแรก ทั้งนี้เพราะเชื้อครั้งที่ 1 และ 2 มักเป็นเต็งกี่คนละชนิด ภูมิคุ้มกันที่เกิดจากการติดเชื้อครั้งแรกนอกจากไม่สามารถป้องกันหรือทำลายเชื้อ ครั้งที่ 2 ได้ยังกลับช่วยให้เชื้อครั้งที่ 2 เข้าสู่เซลล์ได้มากขึ้น ทำให้ผนังหลอดเลือดรั่วซึ่งเป็นที่มาชองเชื้อไข้เลือดออก
ปัญหาในการรักษาพยาบาลผู้ป่วยโรคไ้ข้เลือดออกได้ไม่ทันท่วงที เป็นเพราะไม่สามารถตรวจวินิจฉัยการติดเชื้อไวรัสเต็งกี่ได้ตั้งแต่ระยะเริ่มแรกที่ผู้ป่วยติดเชื้อ นอกจากนี้ยังมีผู้ป่วยประมาณร้อยละ 10 ที่ได้รับเชื้อไวรัสเต็งกี่ เกิดมีอาการรุนแรงของโรคไข้เลือดออกในปัจจุบันยังไม่มีตัวบ่งชี้ใดที่พยากรณ์การเกิดโรคไข้เลือดออกชนิดรุนแรงได้ ดร.พญ.ปนิษฎี อวิรุทธ์นันท์ จากหน่วยอณูชีววิทยาการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับ หน่วยปฏิบัติการเทคโนโลชีวภาพทางการแพทย์ ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) ศึกษาการใช้โปรตีนเอ็นเอส 1 ร่วมกับเทอร์มินัลคอมพลีเมนต์คอมเพล็กซ์ ในการตรวจหาการติดเชื้อโรคไข้เลือดออก ซึ่งใช้ตรวจได้ตั้งแต่ผู้ป่วยติดเชื้อครั้งแรก และยังสามารถพยากรณ์การเกิดโรคไข้เลือดออกชนิดรุนแรง เนื่องจากขณะติดเชื้อไว้รัสเต็งกี่ภายในเซลล์สร้างโปรตีนเอ็นเอส 1 แล้วปล่อยออกสู่กระแสเลือด ทำให้เลือดผู้ป่วยมีโปรตีนเอ็นเอส 1 เพิ่มมากขึ้น ผลการศึกษาทำให้ทราบว่าโปรตีนเอ็นเอส 1 ทำหน้าที่กระตุ้น

