การจัดการความปลอดภัยด้านสารเคมี
จาก Thailand Science and Technology Wikipedia
โดย รศ.สุชาตา ชินะจิตร
ท่ามกลางการพัฒนาภาคการผลิต ทั้งด้านอุตสาหกรรมและเกษตรกรรม พิษภัยและอันตรายจากสารเคมีก็เพิ่มมากขึ้นเป็นเงาตามตัว การจัดการความปลอดภัยด้านสารเคมี จึงเป็นความห่วงใยของทุกประเทศ ตลอดจนองค์กรระหว่างประเทศ ที่เข้ามามีบทบาทในการสร้างมาตรการและเครื่องมือในการลดอันตรายเหล่านี้ สิทธิการเข้าถึงข้อมูลและการมีส่วนร่วมของประชาชนจึงเป็นหลักการพื้นฐานที่จะเป็นแรงขับเคลื่อนให้มีการจัดการที่ปลอดภัย ประเทศไทยอยู่ท่ามกลางกระแสโลกที่เคลื่อนไหวด้วยมาตรการกติกาต่างๆ จึงมิอาจจะหลีกเลี่ยงได้ที่จะต้องรู้เท่าทันและใช้ประโยชน์จากสิ่งเหล่านั้น
แผนปฏิบัติการ 21 ซึ่งเปรียบเทียบเสมือนแผนแม่บทของโลกที่วางกรอบนโยบายและแนวทางการดำเนินการต่างๆ ที่จะนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนได้กล่าวถึงการใช้สารเคมีอย่างปลอดภัยและการเปิดเผยข้อมูลสู่สาธารณะ โดยเรียกร้องให้มีการเปิดโอกาสให้สาธารณชนเข้ามามีส่วนร่วมเพื่อก่อให้เกิดความปลอดภัยในการใช้สารเคมี และเรียกร้องให้รัฐบาลจัดทำฐานข้อมูลรายการหรือสถิติที่แสดงปริมาณการปลดปล่อยสารเคมีและมลสารสู่สิ่งแวดล้อม โดยให้มีความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน และปรับปรุงวิธีการจัดการและกฎระเบียบควบคุมการใช้สารเคมีที่ปลอดภัย นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้รัฐบาลจำกัดการใช้สารเคมี ค่อยๆ ยกเลิก หรือห้ามใช้สารเคมีที่มีความเสี่ยงอันตรายสูง
แนวคิดการจัดการสารเคมีที่เป็นผลเกิดขึ้นจากการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาในปี พ.ศ.2535 และการประชุมสุดยอดระดับโลกว่าด้วยการพัฒนาที่ยังยืนในปี พ.ศ.2545 รวมถึงการผลักดันนโยบายใหม่ๆ ที่เกี่ยวกับสารเคมีของสหภาพยุโรป มีเจตนารมณ์ให้เกิดความคุ้มครองสุขภาพอนามัยของคนและสิ่งแวดล้อม โดยกำหนดแนวทางกว้างๆไว้และให้แต่ละประเทศพิจารณาจัดทำรายละเอียดให้เหมาะสมกับการบริหารจัดการภายในประเทศตนเอง
หลักการพื้นฐานสำคัญ 2 ข้อ ในการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนทั้งระดับประเทศและระดับสากล คือ สิทธิการรับรู้ การเข้าถึงข้อมูล และการมีส่วนร่วมของประชาชนได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการจากปฏิญญาริโอ จนถึงปฎิญญาโจฮันเนสเบอร์กว่าด้วยการพัฒนาที่ยั่งยืน ทำให้เกิดแผนปฏิบัติการจัดการสารเคมีในลักษณะครบวงจรและการจัดการของเสียที่อันตราย เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนและเพื่อการคุ้มครองสุขภาพอนามัยและสิ่งแวดล้อมจากการใช้และการผลิตสารเคมี โดยอยู่บนหลักการพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์และมีความโปร่งใส ซึ่งหากย้อนกลับมามองในบริบทของกฎหมายไทย ก็จะเห็นได้ว่ารัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2540 มีหลักการสำคัญในเรื่องของการมีส่วนร่วมของประชาชนในกระบวนการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมอยู่หลายส่วน ทั้งเรื่องสิทธิในการได้รับข้อมูลหรือข่าวสารสาธารณะ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืน ยอมรับกันได้ทุกฝ่ายและเกิดความเป็นธรรมในสังคม
การส่งเสริมให้เกิดความปลอดภัยจากการใช้และการผลิตสารเคมีในประเทศไทยบนฐานคิดของสิทธิการรับรู้ การเข้าถึงข้อมูลและการมีส่วนร่วมนั้น จะเป็นจริงขึ้นได้โดยสอดคล้องกับหลักการข้างต้น ต้องมีข้อมูลที่ถูกต้องเชื่อถือได้ และการมีสำนึกร่วมกันว่าเป็นภาระหน้าที่ของทุกคนและทุกภาคส่วน ในการพัฒนากลไกและวิธีการปฏิบัติให้เกิดผล

