กล้องโทรทรรศน์และหอดูดาว

จาก Thailand Science and Technology Wikipedia

ข้ามไปที่: นำทาง, ค้นหา

กล้องโทรทรรศน์และหอดูดาว Telescope/Observatory

กล้องโทรทรรศน์แบบอาศัยหลักการของแสง (Optical Telescope) การทำงานของกล้องอาศัยหลักการพื้นฐานทางด้านแสง แบ่งออกเป็น 3 ประเภทคือกล้องโทรทรรศน์แบบหักเหแสง (refracting telescope) กล้องโทรทรรศน์แบบสะท้อนแสง (reflecting telescope) และกล้องโทรทรรศน์แบบผสม (catadioptic telescope) ซึ่งใช้ทั้งเลนส์และกระจกสะท้อนแสงทำงานร่วมกัน ในปัจจุบันมีการพัฒนากล้องโทรทรรศน์แบบพื้นฐานเหล่านี้จนมีขนาดใหญ่และประสิทธิภาพสูงมาก จึงสามารถใช้สังเกตดาว วัตถุท้องฟ้า และปรากฏการณ์ต่างๆ ที่อยู่ไกลออกไปหลายพันล้านปีแสงได้

กล้องโทรทรรศน์ในหอดูดาวต่างๆ เป็นกล้องโทรทรรศน์แบบอาศัยหลักการของแสง โดยทั่วไปหอดูดาวจะมีโครงสร้างเป็นโดมที่แข็งแรงปกคลุมตัวกล้องไว้ เพื่อป้องกันแสงรบกวนจากภายนอก และยังช่วยป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากความชื้น ฝนหรือหิมะ ส่วนด้านบนของโดมสามารถควบคุมให้เปิด-ปิดได้ และสามารถหมุนได้เพื่อการติดตามดาวหรือวัตถุท้องฟ้าที่อยู่ในทิศทางต่างๆ โดยรอบ สถานที่สำหรับสร้างหอดูดาวอาจจะเลือกสถานที่ที่อยู่ห่างไกลจากบริเวณตัวเมืองเพื่อหลีกเลี่ยงแสบรบกวน และอยู่ในที่สูงที่มีท้องฟ้าโปร่งปราศจากเมฆ หมอก และมีอากาศแห้ง เนื่องจากพื้นที่สูงจะมีชั้นบรรยากาศเบางบาง จึงทำให้มีสิ่งรบกวนการมองเห็นน้อย และสามารถมองเห็นดาวหรือวัตถุท้องฟ้าได้ชัดเจนมากขึ้น

ตัวอย่างกล้องโทรทรรศน์แบบอาศัยหลักการของแสงที่ใหญ่และมีประสิทธิภาพเป็นที่ยอมรับกันมากคือ กล้อง Keck twins เป็นกล้องที่สร้างขึ้นคู่กัน 2 ตัว มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 10 เมตร ซึ่งทำจากกระจกรูปหกเหลื่ยมด้านเท่า36 ชิ้นนำมาวางเรียงกับเป็นรูปโค้งพาราโบลา กระจกแต่ละแผ่นหนา 7.5 ซม. กว้าง 2 เมตร และหนัก 370 กิโลกรัม สามารถควบคุมระยะ มุมเอียงของกระจกแต่ละแผ่นด้วยคอมพิวเตอร์ จึงสามารถปรับให้สภาพที่ต้องการตกอยู่ที่จุดโฟกัสเสมอ ซึ่งส่งผลให้มองเห็นภาพดาว กาแลกซี ควอซ่า และปรากฏการณ์ต่างๆ ที่อยู่ไกลหลายพันล้านปีแสงได้ชัดเจน กล้อง Keck twins ตั้งอยู่ที่หอดูดาว W.M.Keck รัฐฮาวาย สหรัฐอเมริกา ครองสถิติเป็นกล้องโทรทรรศน์แบบอาศัยหลักการของแสงที่ใหญ่ที่สุดในโลกเมื่อปี พ.ศ.2542

ปัจจุบันกล้องที่ใหญที่สุดและมีความละเอียดสูงมากคือ กล้อง Large Binocular Telescope (LBT) ตั้งอยู่ที่ Mount Graham International Observatory สหรัฐอเมริกา กระจกหลักมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 11.8 เมตร เริ่มก่อสร้างในปลายปี พ.ศ.2548 คาดว่าจะเสร็จสมบูรณ์และสามารถใช้งานได้ในปี พ.ศ.2553 กล้อง LBT ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงหลายอย่าง ทำให้ภาพที่ได้มีความละเอียดสูงมาก และสามารถให้ภาพปรากฏในช่วงคลื่น near-infrared ที่มีความละเอียดสูงมากกว่ากล้องอวกาศฮับเบิลถึง 10 เท่า

เครื่องมือส่วนตัว