กระเบื้องประดับตกแต่งจากเศษแก้ว

จาก Thailand Science and Technology Wikipedia

ข้ามไปที่: นำทาง, ค้นหา

เนื้อหา

หน่วยงานเจ้าของผลงาน

กรมวิทยาศาสตร์บริการ

ชื่อผลงาน

กระเบื้องประดับตกแต่งจากเศษแก้ว

สาขาเจ้าของผลงาน

เซรามิก

ปีที่ผลิตผลงานสำเร็จ

2551

ผู้ผลิตผลงาน

  • นางวรรณา ต.แสงจันทร์
  • นางสาวลดา พันธ์สุขุมธนา

รายละเอียดของผลงาน

ปัจจุบันประเทศไทยมีปริมาณเศษแก้วซึ่งไม่ได้นำกลับไปใช้ในกระบวนการผลิตแก้วอยู่เป็นจำนวนมากในต่างประเทศ มีการนำเศษแก้วไปใช้ประโยชน์หลายด้าน อาทิเช่น ใช้เป็นตัวกรอง (filtration medium) ใช้ผสมในคอนกรีตใช้เป็นวัสดุขัดสี (abrasive) ใช้เป็นตัวช่วยลดอุณหภูมิในเซรามิก (fluxing agent) ใช้เป็นตัวเติมในสี (filter) เป็นต้น การใช้เศษแก้วสำหรับทำผลิตภัณฑ์ต่างๆ เป็นการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ เช่น ทราย หิน ดิน ฯลฯ ซึ่งนับวันมีแต่จะใช้หมดไป และยังเป็นการช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม ให้มีปริมาณของทิ้งกองอยู่เป็นจำนวนมากอาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาวได้ กรมวิทยาศาสตร์บริการจึงได้ศึกษาวิจัยเพื่อหาเทคโนโลยีที่เหมาะสม ในการทำผลิตภัณฑ์กระเบื้องจากเศษแก้ว สำหรับใช้ประดับตกแต่งอาคารบ้านเรือน

แก้วโซดาไลม์เป็นแก้วที่มีจุดอ่อนตัวอยู่ที่อุณหภูมิประมาณ 650 - 700 องศาเซลเซียส ที่อุณหภูมินี้แก้วจะมีความหนืดลดลงและไหลตัวได้ ดังนั้นหากนำเศษแก้วมาบดให้ละเอียด นำไปขึ้นรูปเป็นผลิตภัณฑ์แล้วให้ความร้อนประมาณ 700-900 องศาเซลเซียส จะทำให้อนุภาคของแก้วเกิดการเยิ้มตัวและเชื่อมต่อกัน (sintering) ทำให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีเนื้อแน่น การดูดซึมน้ำต่ำความแข็งแรงสูง เปรียบเทียบกับการเผาผลิตภัณฑ์เซรามิกให้มีความแข็งแรงเช่นนี้ จะต้องใช้พลังงานความร้อนมากเป็น 2 เท่า ของการเผาผลิตภัณฑ์จากเศษแก้ว เพราะการเผาผลิตภัณฑ์ เซรามิกให้มีเนื้อแกร่งจะต้องเผาที่อุณหภูมิ 1,200 องศาเซลเซียส ขึ้นไป

ขั้นตอนการทำกระเบื้องประดับตกแต่งจากเศาแก้ว เริ่มจากการบดและคัดขนาดเศษแก้ว นำไปขึ้นรูปในแบบดินเผาและเผาที่อุณหภูมิ 800-850 องศาเซลเซียส แล้วนำมาตกแต่งลวดลายและสีสันเพื่อเพิ่มความ สวยงาม ใช้สำหรับตกแต่งอาคารบ้านเรือน

ประโยชน์ของผลงาน

เป็นการเพิ่มมูลค่าเศษแก้ว และการใช้ประโยชน์จากวัสดุเหลือใช้ ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม ลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติและการใช้พลังงานในการทำกระเบื้อง

อ้างอิง

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี.(2552).30 ปี แคตตาล็อกผลงานเด่นกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี.กรุงเทพฯ : กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

เครื่องมือส่วนตัว